ราชันภูติยืนอยู่บนลานประลองอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนในอดีต เมื่อก่อนมักจะเปลือยท่อนบนสวมกางเกงหนังสัตว์เหมือนคนป่า วันนี้กลับสวมชุดเกราะสีทองทั้งตัว ดูแล้วน่าเกรงขามอย่างประหลาด แม้แต่บรรยากาศก็รู้สึกว่าแตกต่างออกไป
จินเฟยเหยาที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาแอบพยักหน้า ‘คนต้องพึ่งพาเสื้อผ้าม้าต้องพึ่งพาอาน[1]จริงๆ เพียงแต่สวมเสื้อผ้าแล้วไม่เห็นหน้ากากก็จำไม่ได้’
มองหาบนอัฒจันทร์ วันนี้นางไม่เห็นเงาร่างขององค์หญิงผิงอัน คิดไม่ถึงว่านางจะไม่มาในโอกาสสำคัญขนาดนี้ จินเฟยเหยาครุ่นคิด คงถูกองค์ชายใหญ่ฟ้องให้ฮ่องเต้เรียกตัวไปเสียแปดส่วน
นางคิดไว้ไม่ผิดจริงๆ เพียงแต่คนฟ้องไม่ใช่องค์ชายใหญ่ ทว่าเป็นท่านอ๋องจื้อ เขาคิดจะได้สิทธิ์ทาสของจินเฟยเหยามาจากมือองค์หญิงผิงอัน ดังนั้นจึงทูลฟ้องฮ่องเต้ บอกว่าองค์หญิงผิงอันเอาทาสคนหนึ่งมาสังหารแม่ทัพสามคนตาย
ตอนนี้นางกำลังนั่งอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ ในใจราวกับมีมดนับหมื่นตัวกำลังปีนป่าย อยากไปดูองค์ชายใหญ่และราชันภูติที่ลานประลองอย่างยิ่ง ปกติรู้สึกดีกับฮ่องเต้มาตลอด เวลานี้ในดวงตาของนางเปลี่ยนเป็นชิงชังขึ้นมา ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากจะอาเจียน เจ้าคนเรื่องมาก
“บอก