ว่าจะขึ้นประลองด้วยตนเอง ข้ารู้สึกว่าเขาไม่น่าจะมาคนเดียว ไม่แน่ว่าอาจจะพากองทัพมา รอจนพวกเราถูกฟันจนเหลือเพียงลมหายใจสุดท้าย ค่อยเข้ามาแทงพวกเราให้ตาย” จินเฟยเหยาลูบใบหน้าเอ่ยวาจา
“มีข้าอยู่ เขาอย่าหมายจะมีชีวิตรอดออกไปเลย” ราชันภูติเอ่ยด้วยท่าทางห้าวหาญ ปราศจากความรู้สึกเศร้าสร้อยของสัตว์ที่ถูกกักขังเช่นในอดีตและกลับคืนสู่ท่วงท่าแม่ทัพเมื่อครั้งนำคนเผ่ามารต่อต้านกองทัพเผ่ามนุษย์
จินเฟยเหยากะพริบตาปริบๆ ระหว่างมีปราณมารกับไม่มีปราณมารแตกต่างกันมากจริงๆ ความเชื่อมั่นในตนเองพุ่งพรวดพราด
“เจ้าอย่าปล่อยปราณมารออกมาตั้งแต่แรกเริ่มล่ะ รอองค์ชายใหญ่ขึ้นเวทีก่อนค่อยว่ากัน ไม่เช่นนั้นถ้าเขาหนีไปจะไม่คุ้ม”
ราชันภูติเบือนหน้ามา นางมองสีหน้าภายใต้หน้ากากของเขาไม่ออก แต่ฟังออกถึงความรู้สึกขอบคุณในน้ำเสียง จินเฟยเหยา ถึงแม้เจ้าเป็นเผ่ามนุษย์ แต่ข้ายังต้องขอบใจเจ้า ถ้าไม่ได้เจ้า ข้าคงตายไปเมื่อห้าวันที่แล้ว จะมีวันที่สามารถฟื้นฟูปราณมารได้อย่างไร ต้องมีสักวัน ข้าจะไปดูโลกวิญญาณภายนอกที่เจ้าเอ่ยถึง คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะเป็นเวทมนตร์คาถาอันสูงส่งลึกล้ำ”
“ไม่มีอะไร ของแบบนี้มีขายในแผงหนังสือที่โลกอื่น ราชวงศ์ตระกูลซูค