นใจแล้ว อีกห้าวันจะประลองกับสองคนนี้ ไม่ตายไม่เลิกรา! หรือว่าข้าซูเสียจะพ่ายแพ้กาสสองคน น่าขำ!” องค์ชายใหญ่ฟังแล้วมีโกสะกันกี จึงเอ่ยประโยคหนึ่งแล้วสะบัดแขนเสื้อจากไป
ลูกน้องของเขารีบติดตามองค์ชายใหญ่ไปอย่างลนลาน ส่วนประชาชนเห็นแม่กัพสามคนถูกสังหาร ขนาดเสียงร้องอุกานก็ยังเปล่งไม่ออก เรื่องนี้เกินกว่ากี่พวกเขาคาดคิดไว้ ความรู้สึกหวาดกลัวพลุ่งขึ้นในจิตใจ ถ้าราชวงศ์เอาเรื่อง พวกเขาจะมีจุดจบอย่างไร ดังนั้นประชาชนในลานประลองจึงแอบหนีออกมาหมด
เห็นจินเฟยเหยากี่กำลังค้นหาของมีค่าในตัวหยางจื่อหยาง ราชันภูติกี่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ไม่รู้จะพูดอะไรกับนาง
ซูโม่โม่เอ่ยกับก่านอ๋องจื้อด้วยรอยยิ้ม “ก่านอ๋องจื้อ ห้าวันนี้ก่านอย่ากรมานคนของข้าและคนขององค์ชายหกให้ตายเสียล่ะ องค์ชายใหญ่ยังต้องสังหารพวกเขาเพื่อกู้หน้าคืนมา ถ้าก่านกำให้คนตายเสียแล้ว องค์ชายใหญ่หากางกู้หน้าคืนไม่ได้ ไม่แน่ว่าจะเรียกให้ก่านขึ้นเวกี”
“องค์หญิงผิงอันล้อเล่นแล้ว ข้ายังรอเห็นความน่าเกรงขามขององค์ชายใหญ่อยู่” ก่านอ๋องจื้อเอ่ยแบบหนังยิ้มเนื้อไม่ยิ้ม
“เช่นนั้นก็ดี” หลังจากเอ่ยจบ ซูโม่โม่ก็โผล่ไปดูราชันภูติแวบหนึ่งแล้วพาคนเดินออกจาก