ไปพลางหันไปด่าทอ “เจ้าโง่! ไม่มีเสียงพลุแล้วเจ้าฆ่าคนไม่เป็นหรือ!”
ร้อยกว่าปีมานี้ ราชันภูติเคยชินกับการจุดประทัดแล้วจึงลงมือ ชั่วขณะถึงกับไม่ทันมีปฏิกิริยา พอถูก นางตะคอกด่าจึงนึกขึ้นได้ว่าตนเองเพิ่งถูกขังมาร้อยปีถึงกับโง่งมจนกลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว ดังนั้นจึ งคำรามลั่นถือขวานพุ่งตัวออกไปเช่นเดียวกัน
เดิมทีมีการจัดเตรียมให้แม่ทัพสามคนขึ้นลานประลอง ขั้นตอนที่ท่านอ๋องจื้อเตรียมไว้คือขณะแม่ทัพขึ้น นประลอง ให้บรรดาสาวงามของลูกน้องโปรยกลีบดอกไม้มาตลอดทาง จากนั้นรอจนยืนบนลานประลองจึงปล่อยเวทอัน นน่าเกรงขามใส่ประชาชนรอบด้าน สุดท้ายจึงโปรยกลีบดอกไม้ทั่วท้องนภา การจัดการแบบนี้ถูกรสนิยมขององค์ช ชายใหญ่ที่ชื่นชอบการแสดงความหรูหราอลังการที่สุด
บรรดาแม่ทัพไม่เห็นราชันภูติและจินเฟยเหยาอยู่ในสายตา ในความเห็นของพวกเขา ราชันภูติที่ถูกสะกดป ปราณมารเป็นเพียงสัตว์ปิศาจที่มีเรี่ยวแรงมากเท่านั้น ไม่ค่อยคู่ควรให้ลงมือเท่าใด
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงแม่ทัพหยางจื่อหยางที่เคยจับกุมราชันภูติด้วยมือตนเอง เขาใช้หอกวิญญาณในมืออันน นั้นทิ่มแทงราชันภูติเมิ่ง ตอนนี้ยังต้องจัดการแม่ทัพที่พ่ายศึกใต้เงื้อมมือตนเองอีกครั้ง อีกทั้งยั งเป็นทาส