อยากจะอาเจียนมากกว่าเครื่องในกระจายเกลื่อนพื้นอีก
ขณะที่ราชันภูติยืนถือขวานอยู่ว่างๆ บนเวทีและไม่รู้จะทำอย่างไรดี ก็ได้ยินจินเฟยเหยาตะโกนบอกเขา “ราชันภูติ เจ้าดูสิคิดไม่ถึงว่าตรงนี้จะมีดอกไม้งอกด้วย”
ราชันภูติก้มหน้าลงมอง จินเฟยเหยากำลังย่อกายอยู่ข้างเสาและชี้ดอกไม้ป่าเล็กๆ ที่โคนเสา นั่นเป็นดอกไม้ป่าสีขาวเล็กๆ หนึ่งดอก ไม่รู้ว่าโลหิตของผู้ใดกระเซ็นโดนกลีบดอกไม้ ทิ้งเป็นคราบโลหิตแห้งกรังหยดหนึ่ง
จินเฟยเหยาจุปากเอ่ยว่า “ในสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายขนาดนี้มันยังงอกได้ ทั้งยังออกดอกงดงาม พลังชีวิตแข็งแกร่งจริงๆ”
จ้องมองดอกไม้ป่าที่พลิ้วไหวกลางสายลมแผ่วเบา ราชันภูตินึกถึงคนในเผ่าภายในป้อมปราการชายแดนเขตภูเขาอันห่างไกล ยังมีฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้ป่าผลิบานเต็มภูเขา รู้สึกว่าตนเองจะหดหู่ไม่ได้ ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างแข็งแกร่งเพื่อทำให้คนในชนเผ่าสามารถอยู่อย่างสงบสุขและเห็นดอกไม้ป่าอันงดงามเหล่านั้นไปนานๆ ตนเองต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป!
ในขณะที่เขาเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้และมองดอกไม้ป่าต้นนั้นอย่างมีอารมณ์ความรู้สึกก็เห็นจินเฟยเหยาเด็ดดอกไม้ป่าลงมา
จากนั้นจินเฟยเหยาก็เสียบดอกไม้ป่าไว้บนเรือนผมและ