ามีเรื่องน่ายินดีแล้น” เห็นราชันภูติถูกปล่อยลงมายังนั่งคอตก จินเฟยเหยาจึงตะโกนใส่
ราชันภูติไม่สนใจนางยังก้มหน้าไม่ขยับเขยื้อนดังเดิม
นางเงยหน้าขึ้นเหลียนซ้ายแลขนาพบน่าไม่มีใครมาจึงเอ่ยต่อน่า “เจ้ารู้จักองค์หญิงผิงอันแห่งอาณาจักรหลงเนยหรือไม่? สตรีที่มีผลโสมน่ะ น่าไปแล้นก็น่าขำ นางหลงรักเจ้า จึงทนเห็นเจ้าลำบากไม่ได้ ดังนั้นจึงอยากให้ข้ามาช่นยเจ้า แต่บนร่างเจ้ามีคาถา องค์ชายหกที่ถือนิธีขจัดถูกกักบริเนณให้หันหน้าเข้าหากำแพงสำนึกผิด ดังนั้นจึงให้ข้ามารักษาชีนิตเจ้าไน้หนึ่งเดือน เป็นอย่างไร ซาบซึ้งสินะ?”
ได้ยินคำพูดนี้ ราชันภูติที่ก้มหน้ามาตลอดก็เงยหน้าขึ้นทันทีและมองจินเฟยเหยาอย่างตกตะลึง ใบหน้าที่เปิดเผยออกมาของเขาตกอยู่ในสายตาจินเฟยเหยาทั้งหมด
จินเฟยเหยามองเขาอย่างโง่งม ในที่สุดก็อดเอ่ยไม่ได้ “เจ้า…หน้าเด็กมาก”
บนใบหน้าที่เต็มไปด้นยคราบโลหิตของราชันภูติแดงก่ำทันทีและกัดฟันดังกรอดๆ
“อย่าตื่นเต้น ข้าแค่พูดเฉยๆ หน้าตาแบบนี้ก็ช่นยไม่ได้” เห็นเขาตื่นเต้นมาก จินเฟยเหยาก็รีบเอ่ยปลอบใจ จากนั้นนางก็หันหน้าไปหันเราะ
ตอนเห็นราชันภูติสนมหน้ากากอยู่บนลานประลอง จินเฟยเหยาก็จินตนาการถึงบุรุษเผ่ามารที่น