วิญญาณได้มานานแล้ว เพียงแต่สัตว์ภูติธรรมดาไม่ฉลาดพอ พวกมันควบคุมพลังปิศาจของตนเองได้ไม่ดี ดังนั้นจึงทำให้คนเกิดภาพหลอนว่าสัตว์ภูติใช้สิ่งของจำพวกของวิเศษไม่ได้
ทว่าพั่งจื่อเขียนได้แม้แต่อักษร จินเฟยเหยาสงสัยว่าสติปัญญาของมันใกล้เคียงกับคนธรรมดาแล้ว ดังนั้นเรื่องเปิดถุงเฉียนคุนจึงง่ายดุจพลิกฝ่ามือ เนื่องจากมันเหมือนมนุษย์เกินไป ขณะใช้ถุงเฉียนคุนจึงไม่มีใครสังเกต ไม่รู้สึกว่ามีที่ใดน่าสงสัย
พวกนางเพิ่งแปะยันต์ซ่อนกายก็เห็นในเมืองหลวงมีกลุ่มผู้บำเพ็ญเซียนนับร้อยออกมาราวกับผึ้งแตกรัง แย่งชิงกันพุ่งมาที่แท่นประหารเซียน
“รีบไป” จินเฟยเหยาหิ้วพั่งจื่อกระโดดลงจากแท่นประหารเซียน วิ่งเข้าไปในเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว
เสื้อผ้าของบรรดาผู้บำเพ็ญเซียนที่ออกมาเหมือนกับหลี่รุ่ย ท่าทางจะเป็นทหารองครักษ์เมืองหลวง บินผ่านเหนือศีรษะจินเฟยเหยาไปยังแท่นประหารเซียนอย่างดุร้ายหมายขวัญ นางลอบยิ้มและวิ่งไปจนถึงประตูเมืองหลวง ยามนี้ตรงประตูเมืองสับสนอลหม่านอย่างยิ่ง มีทหารองครักษ์ปราดมาปิดประตูเมืองและตรวจสอบกลุ่มคนเข้าเมืองอย่างเข้มงวด
ทว่าจินเฟยเหยาติดยันต์ซ่อนกายจึงหลบเลี่ยงกลุ่มคนเดินส่ายอาดๆ เข้าเมืองหลวงของโลกวิญญาณ