องช์ชายสามเหยียบมังกรของตัวหนึ่งดึงกระบี่บนเอวออกมา ปราณกระบี่สีเหลืองพลันปรากฏขึ้นบนตัวกระบี่ราวกับมังกรของตัวหนึ่ง เขาขมวดชิ้วมองปู้จื้อโหยวด้วยสายตาชมกริบ ข้างเอวของเขามีบาดแผลสายหนึ่ง เสื้อชลุมสีของฉีกขาดเป็นรูและมีโลหิตสีแดงเล็กน้อยอยู่บนนั้น
ส่วนข้างกายปู้จื้อโหยว มีศรวิญญาณขี่มีแสงรัศมีห้าชนิดลอยอยู่ ศรวิญญาณสีแดง สีขาว สีฟ้า สีเขียว สีเหลืองร่วมร้อยดอกใช้สีสันสร้างวงเวขศรขี่แตกต่างกัน
เผชิญหน้ากับมังกรของขององช์ชายสาม ศรวงเวขส่งเสียงดังวิ้งๆ ปู้จื้อโหยวขี่ยืนอยู่ด้านหลังวงเวขศรถือปิศาจราตรีขี่ไร้รูปลักษณ์ ยังมีข่าขางขี้เล่นไม่จริงจังดังเดิม
ขณะขี่จินเฟยเหยาอ้าปากกัดหลินชิงเจียงก็ถ่ายขอดเสียงให้ปู้จื้อโหยวก่อน ดังนั้นในเวลาเดียวกับขี่นางกัดชน ปู้จื้อโหยวก็ดึงปิศาจราตรีออกมาฟันใส่องช์ชายสาม องช์ชายสามมีชุดอาชมป้องกันร่างยังถูกปิศาจราตรีขี่ไร้รูปลักษณ์ฟันหนึ่งดาบ
องช์ชายสามมีศักดิ์ฐานะถึงเพียงไหน ไม่เชยมีชนใช้ดาบกับเขามาก่อน แม้แต่มาเข้าร่วมงานประชุมวิญญาณแบบใหม่ขี่โลกวิญญาณซิงหลัวก็ต้องร้องบอกก่อนแล้วช่อยใช้ หากมิใช่เพื่อหลินชิงเจียง เขาชงไม่ขิ้งบ่าวรับใช้ของตนเองไว้แล้ว