โหยวใช้ศักดิ์ฐานะของผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามนุษย์เข้าร่วมงานประชุมวิญญาณแบบใหม่ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เขาจึงไม่ละทิ้งการประชุมวิญญาณมาตลอด คนที่มีอิสรเสรีอย่างเขา คิดไม่ถึงว่าจะยอมมาเข้าร่วมครั้งแล้วครั้งเล่า ทำตัวเป็นปริศนา
เดิมทีจินเฟยเหยาคร้านจะถามไถ่ แต่ปู้จื้อโหยวกลับเป็นฝ่ายเล่าออกมา เข้าร่วมงานเลี้ยงประชุมวิญญาณก่อนหน้านี้ก็เพื่อมาโลกวิญญาณซิงหลัว นอกจากฉวยโอกาสแอบดูเรื่องเล็กน้อยขายให้ซื่อเต้าจิงแล้วก็เพื่อติดต่อเผ่ามารซิงหลัวให้เผ่ามารเป่ยเฉิน
ก่อนหน้านี้ไปมาไม่สะดวก การสื่อสารก็น้อย โลกอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน ถึงกับคิดจะสร้างวงเวทส่งตัวระหว่างสองโลกสายหนึ่ง เนื่องจากหาสถานที่สร้างวงเวทส่งตัวที่ปลอดภัยบนทะเลหรูเมิ่งไม่พบจึงล่าช้าออกไป
การค้นพบวงเวทส่งตัวในครั้งนี้แก้ไขปัญหาการติดต่อสื่อสารระหว่างสองโลกแล้ว ปู้จื้อโหยวก็ไม่ต้องเป็นคนกลางอีก แต่ต่อมายังเข้าร่วมงานประชุมวิญญาณเพราะมีเป้าหมาย คนเผ่ามารทั้งสองเผ่าคิดจะใช้การประลองในงานประชุมวิญญาณมาแก้ไขความขัดแย้ง การประลองรอบที่ปู้จื้อโหยวอยู่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เขาสามารถควบคุมผลลัพธ์ได้อย่างน้อยที่สุดเรื่องหนึ่ง
ถึงอย่างไรจินเฟยเหยาก็ไม่เชื่อ ผู้บำ