ซิงหลัว จินเฟยเหยาหางตากระตุก เอ่ยถามอย่างหมดวาจา
ปู้จื้อโหยวอธิบายว่า “สถานที่ยิ่งกว้างขวางยิ่งขโมยไม่สะดวก ตรงประตูใหญ่เห็นได้ชัดขนาดนี้จะมีใครกล้าไปขโมย เป็นไปไม่ได้ที่เผ่ามารหลัวซิงจะขโมยสิ่งของของตนเอง เผ่ามนุษย์ไม่กล้าไปขโมย เผ่ามารเป่ยเฉินก็ขัดเขินที่จะไปขโมย ดังนั้นที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด”
“ปลอดภัยอะไร ผู้ใดบอกว่าไม่มีใครไปขโมย ตรงนี้ก็มีนั่งอยู่สองคนกำลังเตรียมจะไปขโมยมัน” จินเฟยเหยายักไหล่และหัวเราะเสียดสี
“อย่าพูดจาเหลวไหล พวกเราสองคนจะไปขโมยสิ่งของได้อย่างไร ไม่หรอก เลือกวันมิสู้สบวัน[2] สามวันให้หลังมีงานเลี้ยงขนาดใหญ่ที่เผ่ามนุษย์ต้องมา ถึงตอนนั้นพวกเราสองคนปะปนเข้าไปหยิบฉวยสิ่งของ นี่คือเสื้อผ้าจำไว้ว่าต้องผลัดเปลี่ยน” ปู้จื้อโหยวเอ่ยแล้วหยิบชุดมังกรแหวกว่ายธาราอันงดงามออกมาจากถุงเฉียนคุน
จินเฟยเหยามองชุดนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นชุดเครื่องแบบสำนักจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มขมขื่น “เวลานี้ใต้เท้าหลงคิดจะให้สำนักนี้แบกรับความผิดสินะ ขนาดชุดก็เตรียมไว้เรียบร้อย คงไม่ได้คิดจะเริ่มสงครามหรอกนะ”
“จะเป็นไปได้อย่างไร อย่างมากที่สุดก็ให้เผ่ามนุษย์ของโลกวิญญาณซิงหลัวทำลายสำนักแห่งนี้เอง”