ถือโทษ”
หัวไวมาก! จินเฟยเหยามองพินิจเขา จากนั้นเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม “ในเมื่อพวกเจ้ามีความจริงใจ เช่นนั้นข้าก็ขอบใจ”
“ไม่กล้ารับคำขอบคุณ ผู้อาวุโสเที่ยวอย่างเบิกบานใจก็พอ พวกเรายังมีธุระ ไม่รบกวนผู้อาวุโสแล้ว” ผู้บำเพ็ญเซียนตัวเล็กๆ คนนี้ยิ้มประจบ รีบลากสหายหนีไป แน่นอนว่าไม่ได้ลืมผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามารคนนั้น ฉุดลากเขาออกไปด้วยอย่างลนลาน
จินเฟยเหยามองศาลาหลิวเฟิงที่เวิ้งว้างว่างเปล่า ก็โคลงศีรษะเอ่ยว่า “พั่งจื่อเห็นหรือไม่ว่ากำปั้นใหญ่มีประโยชน์ คนเยอะขนาดนี้ก็มีที่นั่ง”
ส่วนหวาหวั่นซีหัวเราะอย่างเย็นชาเดินผ่านร่างพั่งจื่อไป พั่งจื่อกลับล้วงป้ายชิ้นหนึ่งออกมาจากถุงเฉียนคุนอย่างรวดเร็ว บนนั้นมีอักษรขนาดใหญ่สี่ตัว ‘หน้าคนร่างสัตว์’
หวาหวั่นซีถลึงตา เจ้าสองคนนี้ซัดกันทันที ต่อสู้กันอยู่ข้างศาลาหลิวเฟิง
จินเฟยเหยาเตือนพวกมันสองตัวแล้ว ถ้าคิดจะสู้กันก็ได้ ทว่าห้ามใช้พลังวิญญาณและพลังปิศาจ ต่างก็เป็นคนกันเอง ใช้กำปั้นทุบตีก็พอ ดังนั้นหวาหวั่นซีที่อยู่ขั้นกำเนิดใหม่ช่วงปลายจึงพาร่างราคาถูกพ่ายแพ้ให้แก่พั่งจื่อที่แช่น้ำแกงยาวิญญาณ
ภายใต้โทสะ หวาหวั่นซีจึงหลับตากลับไปและเปลี่ยนเป็นเสี่ยวหวั่นแทน พอเสี่ย