สีหน้าหวาดกลัว จินเฟยเหยาก็รู้สึกว่าตนเองคงจะไม่ได้ยินข่าวสารอะไรที่นี่แล้ว ดังนั้นนางจึงลุกขึ้นพลางเอ่ยว่า “เดิมทีข้าคิดจะพักผ่อนสักหน่อย ทว่าสภาพแบบนี้ดูแล้วไม่ถูกต้อง ข้าไปดีกว่า”
“ผู้อาวุโสอย่าได้ถือโทษเลย พวกเราไม่มีความหมายใดเป็นพิเศษ” เจ้าของร้านนึกว่าจินเฟยเหยามีโทสะ จึงรีบอธิบายอย่างตื่นตระหนก
จินเฟยเหยายิ้มแย้ม “เจ้ากลัวอะไร ข้าไม่ได้มีโทสะเสียหน่อย แค่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเช่นนี้ รอช่วงคนน้อยข้าค่อยมาอีกครั้ง”
เอ่ยจบ จินเฟยเหยาก็ก้าวออกจากตึกป้าอวี๋ เลี้ยวไปถนนเล็กๆ สายอื่นก่อน จากนั้นฉวยโอกาสที่คนไม่ทันสังเกต ใช้เวทควบคุมพลังวิญญาณสะกดพลังการบำเพ็ญเพียรของตนเองไว้แค่ขั้นสร้างฐาน จากนั้นนางก็เลี้ยวไปร้านอาหารอีกแห่งที่ไม่ใหญ่เท่าตึกป้าอวี๋ ผู้บำเพ็ญเซียนด้านในก็มีจำนวนไม่น้อย
ที่นี่ไม่มีคนวิ่งหนีอีก นางเลือกนั่งในตำแหน่งที่แวดล้อมไปด้วยผู้คน โยนพั่งจื่อออกมาแล้วสั่งอาหารหนึ่งโต๊ะ
ที่นี่คือเกาะ อาหารที่กินส่วนมากย่อมเป็นสัตว์ทะเล อาหารที่ยกมาเป็นสิ่งที่จินเฟยเหยาและพั่งจื่อไม่เคยเห็นมาก่อน ปูเจ็ดดาวขนาดเท่าอ่างล้างหน้า กุ้งหางหงส์ยาวสองฝ่ามือ น้ำแกงไข่มุกนิ่ม ทั้งยังมีอาหารว่างเป