ี้ไปนอกประตู คนที่แบกโลงศพผู้นั้นจึงได้แต่แบกโลงไปวางตรงที่ร่มนอกคฤหาสน์
จินเฟยเหยาหันหน้ากลับมามองพินิจร้านที่มืดครึ้มต่อ ด้านหลังพลันมีเสียงดังมาราวกับเรียกวิญญาณ “ผู้อาวุโส…”
เสียงนี้ทำให้จินเฟยเหยาตกใจจนรีบหันมา ก็เห็นผู้บำเพ็ญเซียนสตรีขั้นสร้างฐานที่เส้นผมสยายและใบหน้าถูกผมปิดบังไปกว่าครึ่งสวมชุดสีขาวยืนอยู่ด้านหลังตนเอง เบ้าตานางดำคล้ำ สีหน้าซีดขาว ริมฝีปากสีแดงดุจโลหิตสด
จินเฟยเหยาเกิดความรู้สึกอยากจะใช้ฝ่ามือตบสักที ใครให้เจ้าปลอมตัวเป็นผี
“ทำไม!” นางเอ่ยอย่างอารมณ์ไม่ดี
ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีที่ล่องลอยราวกับไม่มีน้ำหนักเอ่ยว่า “ผู้อาวุโส ข้าเป็นผู้ดูแลชั้นหนึ่งในคฤหาสน์อิน มารับรองแขกผู้มีเกียรติเช่นผู้อาวุโสโดยเฉพาะ”
“เจ้ามารับรองแขกผู้มีเกียรติโดยเฉพาะ?” จินเฟยเหยามองพินิจนางอย่างสงสัย ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่ายายนี่เป็นสิ่งของจำพวกวิญญาณ
ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีพยักหน้า ตอบเสียงสั่นสะท้าน “ใช่…เจ้าค่ะ”
“เจ้าพูดจาดีๆ ได้หรือไม่ เสียงจะสั่นทำไม!” จินเฟยเหยามีโทสะ ตวาดอย่างอารมณ์ไม่ดี
“เจ้าค่ะ” เสียงของผู้บำเพ็ญเซียนสตรีมั่นคงขึ้นมาอย่างกะทันหัน น้ำเสียงน่าฟังดังมา “เจ้าคฤหาสน์ของพวกเราบอกว่าพูด