จินเฟยเหยาจัดแจงเสื้อผ้า เอ่ยกับเจ้าเมืองลั่วรื่อด้วยสีหน้าจริงจัง “เจ้าเมืองของพวกเราได้กิติศัพท์ความงามของเจ้าเมืองและชื่นชมมานานแล้ว จึงให้พวกเรามาขอเจ้าเมืองแต่งงานโดยเฉพาะ”
ฟุ่บ เหรินเซวียนจือที่มีสีหน้าเขียวคล้ำก็ลุกขึ้นยืน สายตาของคนทั้งหมดมารวมกันที่ร่างเขา เห็นตนเองเสียกิริยา เขาก็นั่งลงอย่างสงบนิ่ง
“จินเฟยเหยา เจ้าหมายความว่าอย่างไร!” เหรินเซวียนจือถ่ายทอดเสียงมาด้วยสีหน้าเย็นชา
จินเฟยเหยาไม่สนใจเขา เอ่ยกับเจ้าเมืองลั่วรื่อต่อ “พวกเรายินดียกเมืองจุ้ยเทียนและดินแดนทั้งหมดให้เจ้าเมืองเป็นสินสอด เช่นนี้พวกเราจะกลายเป็นขั้วอำนาจที่ใหญ่ที่สุดในโลกวิญญาณหนานเฟิง จากนั้นค่อยกลืนกินเมืองหยวน แล้วกลายเป็นเจ้านายแห่งโลกวิญญาณหนานเฟิง”
ยายสารเลวนี่! เมืองจุ้ยเทียนก็มอบออกไป เจ้าคนไร้ยางอาย ไม่น่าร่วมมือกับคนแบบนี้เลย ร่วมมือกับสำนักอันเที่ยงธรรมยังดีเสียกว่า! เหรินเซวียนจือเดือดดาล บวกกับตอนนี้เขาไม่มีความคิดจะดึงพลังเจ้าเมืองลั่วรื่อแล้ว จินเฟยเหยาพูดแบบนี้อย่างกะทันหัน ทำให้เขารับมือไม่ทัน
ส่วนเจ้าเมืองลั่วรื่ออ้าปากหัวเราะ “ข้าไม่สนใจบุรุษ ถ้าแต่งกับเจ้า ข้าก็จะขอรับเมืองจุ้ยเทียนไว้ เมื่อครู่คนผู้นั้นยืนขึ้นหมายความว่าอย่างไร ดูแล้วเหมือนไม่พอใจที่พวกเจ้ามาขอแต่งงาน”
“เจ้าเมืองคิดมากไปแล้ว ที่จริงเขาชื่นชมเจ้าเมืองมาก ก่อนมาไม่รู้เรื่องนี้ เมื่อครู่พอได้ฟังจึงรับไม่ได้ไปชั่วขณะ