นอน”
“ไม่ต้อง สัตว์ปิศาจแบบนี้ใครอยากได้ก็เอาไปเลย เพราะเหตุใดโลกวิญญาณหนานเฟิงจึงมีข่าวลือว่านางงดงามเป็นเอก เรื่องนี้ข้าต้องหาต้นตอปล่อยข่าวลือผิดๆ ให้ได้ คิดไม่ถึงว่าจะกล้าล้อข้าเล่น” เหรินเซวียนจือนั่งหน้าเขียวอยู่ตรงนั้น ในใจเกิดโทสะ อยากสังหารคนที่พูดจาเหลวไหลพวกนั้นทิ้งให้หมด
“น่าจะเป็นการเสียดสีกระมัง ข้ารู้สึกสงสัยยิ่ง สหายเซียนเหรินอยู่โลกวิญญาณหนานเฟิงมาหลายร้อยปีแล้วสินะ เหตุใดจึงไม่เคยเห็นนางมาก่อน ที่จริงก็อยู่ห่างไม่ไกล สาวงามในคำเล่าลือแบบนี้ เจ้าก็ไม่มาดูด้วยตาตนเอง ได้แต่จดจำไว้ในใจและคะนึงหาอย่างขมขื่นมานาน อีกทั้งดูเหมือนว่าจะมิได้ไม่ชอบบุรุษตามคำเล่าลือ เจ้าดูสิในหอสมบัติมีผู้บำเพ็ญเซียนเบียดเสียดอยู่เต็มไปหมด ส่วนมากเป็นบุรุษด้วย” จินเฟยเหยากลั้นหัวเราะ ถ้ามิใช่ถ่ายทอดเสียง พอพูดจานางอาจจะหัวเราะเสียงดังลั่นทันที
เหรินเซวียนจือถ่ายทอดเสียงมาอย่างดุร้าย “พวกเราสามเมืองเป็นสามขั้วอำนาจใหญ่ของโลกวิญญาณหนานเฟิง ปกติไม่ถูกกันเหมือนน้ำกับไฟ ถ้าไม่มีเรื่องอะไรจะแล่นมาพบหน้าได้อย่างไร อีกทั้งนี่เป็นเรื่องที่ผู้อื่นบอกข้า ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้คิดย่อมไม่แล่นมาดูโดยเฉพาะ ข้าไม่ใช่คนว่างงานเสียหน่อย”
“ใครเป็นคนบอกเจ้า?” จินเฟยเหยาสงสัยอย่างยิ่ง ที่แท้เป็นคนเช่นไรจึงกล้าหลอกลวงเขา
“ขั้วอำนาจอีกขั้ว เจ้าเมืองแห่งเมืองหยวนบอกข้าว่าเจ้าเมืองแห่งเมืองลั่วรื่อเป็นสาวงามแห่งลั่วร