วยกลิ่นอายต่างถิ่นและเจ้าเมืองที่ทำให้คนไม่กล้าเบือนหน้าหนี เทียบกันแล้ว เมืองจุ้ยเทียนของพวกเราล้าสมัยเกินไป แค่ทำเอาหน้า ใช้ทรายสร้างเป็นเมืองแก้ว แค่เรื่องจุดไฟแบบนี้ ใครๆ ก็ทำได้”
“ไม่ทราบว่าพวกเจ้ามาด้วยเรื่องใด?” เจ้าเมืองลั่วรื่อยกมือมาป้องตรงข้างแก้มเป็นท่าทางสงสัย
ไม่รอให้จินเฟยเหยาเอ่ยปาก บรรดาผู้บำเพ็ญเซียนสตรีข้างกายนางก็พูดขึ้นมา “เจ้าเมือง พวกเขาต้องได้ยินว่าเจ้าเมืองมีรูปโฉมอันน่าตื่นตะลึง ดังนั้นจึงมาเพื่อชมโฉมโดยเฉพาะ”
“เจ้าเมือง ได้ยินว่าเจ้าเมืองจุ้ยเทียนเป็นปิศาจราคะ ใช้เวทดึงหยินเสริมหยาง เจ้าเมืองต้องระวังนะ”
“ฮึ พวกเขาคิดเสียเลิศลอย สาวงามอย่างเจ้าเมือง จะชอบโจรราคะแบบนั้นได้อย่างไร”
“จริงด้วย พวกเจ้าดูบุรุษของเมืองจุ้ยเทียนสิ นั่งหน้าซีดขาวอยู่ตรงนั้น ทั้งยังใช้สายตาบ้ากามมองดูพวกเราอีก น่าสะอิดสะเอียนจริงๆ”
“บุรุษช่างน่าชังจริงๆ เจ้าเมือง ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่มาพร้อมกันสองคน จะใช้กำลังแย่งชิงตัวพวกเราไปหรือไม่ พวกผู้น้อยหน้าตาน่าเกลียดคงไม่เป็นไร ทว่ารูปโฉมอย่างเจ้าเมือง ถ้าให้โจรราคะมองมากๆ จะเป็นการไม่เคารพนะ!”
จินเฟยเหยาพยายามกลั้นยิ้ม กัดริมฝีปากไว้ ถ่ายทอดเสียงไปหาเหรินเซวียนจืออย่างสะกดกลั้น “สหายเซียนเหริน เจ้าเมืองลั่วรื่อคนนี้รูปโฉมงดงามดั่งบุปผาจริงๆ ต่อให้ต้องเสี่ยงชีวิตของข้า ข้าก็จะช่วยให้เจ้าดึงหยินเสริมหยาง สตรีผู้นี้ต้องเป็นของเจ้าแน่