ที่แค่หิ้วหูก็สามารถขโมยไปได้ เจ้าว่างงานเกินไปสินะ! ข้าเดาว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเจ้าคือเจ้าเมืองลั่วรื่อ หลอกข้ามาก็เพื่อให้ข้าช่วยเจ้ากระทำชำเรานาง เจ้าไร้ยางอายเกินไปแล้ว” จินเฟยเหยาไม่พอใจอย่างยิ่ง ถลึงตาใส่พลางเอ่ยถาม
เหรินเซวียนจือถูกพูดแทงใจดำกลับยังมีสีหน้าสงบนิ่งดังเดิม เอ่ยปฏิเสธ “ไม่มีเรื่องเช่นนี้ เป้าหมายของพวกเราคือโห่ว เจ้าเมืองลั่วรื่อเป็นเพียงสินสงครามที่ติดมาด้วย”
จินเฟยเหยากำหมัด อยากจะฉีกหน้า อย่าคิดจะได้ผลประโยชน์เลย
ในเวลานี้เอง บ่าวรับใช้สตรีใบหน้าเย็นชาที่นำทางคนนั้นพลันเดินขึ้นบนแท่นราบ คุกเข่าลงเบื้องหน้าสัตว์ปิศาจตัวใหญ่แล้วรายงาน “เจ้าเมือง พาคนของเมืองจุ้ยเทียนมาถึงแล้ว”
สัตว์ปิศาจตัวนั้นเงยหน้าขึ้น เสียงแหบห้าวดังมา ถึงแม้เสียงจะต่ำและระคายหู ทว่ายังฟังออกว่าเป็นสตรี “เชิญท่านทั้งสองขึ้นมานั่งบนแท่น พอดีจะได้ดูว่าเมืองลั่วรื่อของข้าเทียบกับเมืองจุ้ยเทียนของพวกเจ้าเป็นอย่างไร”
จินเฟยเหยาและเหรินเซวียนจือกลายเป็นหินทันที
จินเฟยเหยาได้สติคืนมาอย่างช้าๆ หันหน้ามามองเหรินเซวียนจือแล้วหัวเราะ หัวเราะได้น่ารักอย่างยิ่ง เหรินเซวียนจือรู้สึกว่าแย่แล้ว ก็เห็นนางหัวเราะเบาๆ แล้วเดินไป
จินเฟยเหยานั่งอยู่ด้านล่างเจ้าเมืองลั่วรื่อ เอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มน้อยๆ “เจ้าเมืองช่างถ่อมตัวจริงๆ สิ่งที่ข้าเฆ้นตอนมาถึงเมืองลั่วรื่อคือผู้บำเพ็ญเซียนจำนวนมาก สิ่งก่อสร้างที่เต็มไปด้