งตาสีทองคู่นั้นเปล่งประกาย น่ารักอย่างยิ่ง
“สัตว์ปิศาจขั้นสาม?” จินเฟยเหยากวาดดูระดับขั้นของกระต่ายตัวนั้นแล้วนิ่งอึ้งทันที คิดไม่ถึงว่าแค่ขั้นสาม เจ้านี่ก็ถือว่าเป็นทายาทสัตว์เทพได้!
เหรินเซวียนจือที่ถูกจินเฟยเหยาถ่ายทอดเสียงมาถามก็กระแอมให้คอโล่ง ตอบรับอย่างจริงจัง “ใช่ มันเป็นทายาทของสัตว์เทพโห่วขั้นสาม เจ้าลองดมกลิ่นดู กลิ่นส่งมาจากร่างของมัน”
มองกระต่ายตัวที่มีขนาดใกล้เคียงกับอาไตของไป๋เจี่ยนจู๋ จินเฟยเหยาคิดอย่างใจร้าย เจ้านี่ตัวเล็กกว่าอาไตอีก คิดไม่ถึงว่าจะเป็นทายาทสัตว์เทพ! สัตว์แบบนี้ก็มีตานศักดิ์สิทธิ์หรือ? เกรงว่าขนาดคงไม่ถึงเม็ดถั่ว ถ้านี่คือโห่ว แล้วสัตว์ปิศาจที่สวมเสื้อผ้าตัวนั้นคือใคร? มันก็มีหูกระต่ายเหมือนกันนะ
“เจ้าล้อข้าเล่นหรือ แค่ขั้นสามก็ถือเป็นสัตว์เทพได้?” พลังของโห่วน้อยนิดจนน่าสงสาร ทำให้จินเฟยเหยาเกิดความไม่พอใจ เอ่ยถามอย่างอารมณ์ไม่ดี
ถึงเหรินเซวียนจือจะไม่เคยเห็นโห่วตัวจริง ทว่ากลับเคยเห็นโห่วในม้วนภาพวาดที่ตกทอดจากบรรพชน ดังนั้นเขาจึงเอ่ยอย่างมั่นใจ “ใครบอกว่าทายาทสัตว์เทพล้วนมีระดับขั้นสูงๆ พวกมันแค่มีสายโลหิตของสัตว์เทพ ไม่ใช่ร่างที่แท้จริงเสียหน่อย อีกทั้งดูเหมือนตัวจริงก็ใหญ่แค่นี้ เพียงแต่ระดับขั้นสูงกว่าหน่อยเท่านั้น เดิมทีโห่วก็ไม่ใช่สัตว์ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษอยู่แล้ว ถ้าเจ้ามีร่องรอยของฉีหลิน ข้าก็ไม่กล้าไป”
“เจ้าให้ข้ามาก็เพื่อกระต่ายตัวหนึ่ง