วียนจือตะลึงงันแล้วเข้าใจทันที
เขาสูดลมหายใจลึกๆ สะกดเพลิงโทสะในใจ แล้วเอ่ยกับจินเฟยเหยาด้วยสีหน้าอ่อนโยน “ข้าว่าหลังจากเจ้ากลายเป็นเทาเที่ยมีขนาดตัวใกล้เคียงกับข้า ในเมื่อเจ้าไม่ยอมใช้ร่างมนุษย์มาบำเพ็ญคู่กับข้า ก็ใช้ร่างเทาเที่ยมาทำกับข้าสักรอบดีกว่า”
เขาชะงักไปนิดหนึ่ง จึงหรี่ตาเอ่ยว่า “ข้าจะอ่อนโยนกับเจ้า”
“ถ้าเจ้ากล้าก็ลองดู ต่อไปคืนหนึ่งเจ้าจะไม่ได้เลยสักครั้ง ถึงเจ้าคิดจะดึงพลังข้าก็จะทำให้เจ้าไม่มีทางทำได้” จินเฟยเหยาตอบเขาอย่างไม่ยอมแสดงความอ่อนแอ
“ถ้ามีโอกาสข้ายังคิดจะลองดูจริงๆ ว่าเจ้าจะกินข้าได้อย่างไร” เหรินเซวียนจือเอ่ยยิ้มๆ
ดวงตาของจินเฟยเหยากวาดมองสัตว์ปิศาจที่แน่นขนัดเบื้องล่าง ไม่รู้ว่าคิดอะไรได้จึงแย้มยิ้มขึ้น “ต้องมีโอกาสแน่”
ทั้งสองคนต่างมีแผนการของตนเองจึงแย้มยิ้มแล้วผ่านไป ตั้งใจเร่งรุดเดินทางต่อ
ผู้ฝึกวิชาชั่วร้ายในโลกวิญญาณหนานเฟิงมีมากมาย ตลอดทางได้พบกับผู้บำเพ็ญเซียนจำนวนไม่น้อย นอกจากบางคนแต่งตัวแปลกประหลาด ใบหน้ามีสีเขียวสีขาวสีม่วง ส่วนมากดูแล้วไม่มีอะไรแตกต่างจากผู้บำเพ็ญเซียนของสำนักอันเที่ยงธรรม
จินเฟยเหยากลับรู้สึกสนใจว่าโลกวิญญาณหนานเฟิงแยกแยะผู้ฝึกวิชาชั่วร้ายกับสำนักอันเที่ยงธรรมอย่างไร แต่หลังจากถามเหรินเซวียนจือจึงรู้ว่าไม่มีวิธีแยกแยะ ถ้าพลังการบำเพ็ญเพียรของอีกฝ่ายต่ำกว่าขั้นหลอมรวมลงไป ก็ให้พวกเขาเข้าออกตามสบาย ถ้ามีพลังการบำเพ็ญเพียรขั้นหล