อมรวมขั้นไปก็ต้องสอบถามความเป็นมาของพวกเขา
ที่จริงผู้ฝึกวิชาชั่วร้ายไม่ได้มีแต่ผู้บำเพ็ญเซียนที่ฝึกเคล็ดวิชาชั่วร้าย ยังมีจำนวนไม่น้อยเป็นผู้บำเพ็ญเซียนสำนักเที่ยงธรรมที่ถูกตามล่าและไม่มีที่หยั่งเท้าในโลกวิญญาณเป่ยเฉินจึงได้แต่หลบหนีมาโลกวิญญาณหนานเฟิง ถ้าใช้เคล็ดวิชามาแยกแยะคนก็จะไม่ยุติธรรม
ยุติธรรม คำนี้พูดออกมาจากปากเหรินเซวียนจือ ทำให้จินเฟยเหยารู้สึกว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง บางครั้งก็ทำให้คนสงสัยว่า เจ้าหมอนี่เป็นคนที่สำนักอันเที่ยงธรรมส่งมา เป้าหมายคือชิงโลกวิญญาณหนานเฟิงคืน ดังนั้นเรื่องที่เขาทำจึงเข้ากันไม่ได้กับคนชั่วช้า
ในโลกระดับวิญญาณ ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ถือว่าอยู่ระดับสูง พวกเขาหาเรื่องคนอื่นได้ฝ่ายเดียว แต่ไม่มีใครเป็นฝ่ายมาหาเรื่องพวกเขา ตลอดทางผู้บำเพ็ญเซียนที่พบพวกเขาสองคนต่างเป็นฝ่ายหลบเลี่ยงพวกเขา จากนั้นพวกเขาก็มาถึงเมืองลั่วรื่อได้อย่างสบายๆ
เห็นเมืองลั่วรื่อเบื้องหน้า จินเฟยเหยาหมดวาจา นี่ก็ถือเป็นเมืองหรือ เห็นได้ชัดว่าเป็นพื้นที่คนเร่ร่อนที่สร้างขึ้นจากกระโจม เหมือนทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยเห็ดงอกออกมาจากพื้นดินแน่นขนัดหลังฝนตก
กระโจมเล็กๆ กว้างไม่ถึงหนึ่งจั้ง ส่วนกระโจมขนาดใหญ่กลับมีขนาดเกือบร้อยจั้ง วัสดุที่ใช้ทำกระโจมก็ไม่เหมือนกัน มีหนังสัตว์ มีผ้า บางอย่างเป็นอาวุธเวทหรือของวิเศษ ตรงกลางที่เห็นเด่นชัดที่สุดเป็นกระโจมขนาดยักษ์ฝังหยกและอัญมณี แลดูงดงาม