อย่างยิ่ง กระโจมแบบนี้ไม่ว่าใครก็เดาออกว่าเป็นสถานที่ซึ่งเจ้าเมืองพำนักอยู่
พอทั้งสองคนมาถึงที่นี่ก็มีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมเดินมาสอบถามพวกเขาทันที ข้อนี้จินเฟยเหยารู้สึกว่าดีกว่าเมืองจุ้ยเทียน ไม่เหมือนเมืองจุ้ยเทียนตนเองเดินเข้าเมืองมาก็ไม่มีแม้แต่คนมาสอบถาม เปิดให้เข้าออกอย่างอิสระ
สิ่งที่จินเฟยเหยาไม่รู้คือ ถ้าตอนนั้นเหรินเซวียนจือไม่ได้เดินมาเมืองจุ้ยเทียนพร้อมนาง นางก็ต้องผ่านการซักถามอย่างละเอียดที่นอกเมือง อีกทั้งยังต้องมอบสตรี ศิลาวิญญาณหรือวัตถุดิบจึงเข้าเมืองได้ เข้มงวดยิ่งกว่าเมืองลั่วรื่อ อีกทั้งยังชั่วร้ายกว่า อย่างน้อยสถานที่อื่นๆ ก็ไม่ต้องส่งมอบสตรี
ขณะถูกซักถาม จินเฟยเหยารอให้เหรินเซวียนจือแจ้งศักดิ์ฐานะ กลับได้ยินเหรินเซวียนจือเอ่ยอย่างสงบนิ่ง “พวกเราเป็นคนที่เจ้าเมืองจุ้ยเทียนส่งมา คิดจะขอพบเจ้าเมืองลั่วรื่อ มีธุระต้องพูดคุย เพื่อแสดงความจริงใจ นี่คือน้องสาวของเจ้าเมืองเรามาเป็นตัวแทนเมืองจุ้ยเทียน ส่วนข้าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าเมือง คุ้มครองส่งคุณหนูใหญ่มาโดยเฉพาะ”
จินเฟยเหยาถลึงตา เจ้าสารเลวนี่!
ในขณะที่นางถลึงตาแสดงความไม่พอใจเหรินเซวียนจือ ก็ได้ยินเหรินเซวียนจือถ่ายทอดเสียงมาหานาง “เจ้าอย่าอาละวาด อีกสักครู่ข้าจะบอกสาเหตุให้เจ้ารู้ ตอนนี้เจ้าแสร้งทำไปก่อน ข้าไม่ให้เจ้าเสียเปรียบหรอก อย่าทำเสียงานใหญ่ พวกเรามาเพื่อโห่วนะ”
เพื่อสถานการณ์ใหญ่ จินเฟยเหยาจ