ึงกัดฟันอดทน อีกสักครู่ฟังคำอธิบายของเขาก่อน ถ้ามีโทสะก็จะจากไป
เห็นว่าเป็นคนของเมืองจุ้ยเทียน คนซักถามจึงรีบไปแจ้งเจ้าเมืองและข่าวสารก็มาทันที แสงสดใสสายหนึ่งบินมา ผู้บำเพ็ญเซียนที่ซักถามก็รู้คำสั่งในนั้น จึงเอ่ยอย่างเกรงอกเกรงใจ “เจ้าเมืองกำลังอยู่ในงานประมูลที่หอสมบัติชมดูสิ่งของล้ำค่าที่ผู้บำเพ็ญเซียนในแต่ละท้องที่นำมาประมูล จึงเชิญท่านทั้งสองไปประเมินสิ่งของสักครา”
“เชิญนำทาง” เหรินเซวียนจือยิ้มนิดๆ
เดินตามหลังผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานช่วงปลายที่นำทาง จินเฟยเหยาก็ถ่ายทอดเสียงไปหาเหรินเซวียนจืออย่างไม่พอใจ “เจ้าสารเลวนี่ เหตุใดต้องผลักข้าไปข้างหน้าด้วย หรือคิดจะให้ข้าเป็นโล่กันธนู! ข้ารู้แต่แรกแล้วว่าคนอย่างเจ้าพูดจาเชื่อถือไม่ได้ ไร้มโนธรรมจริงๆ ที่ต้องมาที่นี่กับเจ้า”
“ไร้มโนธรรมอะไร เจ้าถูกความโลภบดบังจิตใจชัดๆ อย่างไรนี่ก็เป็นฐานะปลอม เจ้าแสร้งทำหน่อยก็ไม่เป็นไร” เหรินเซวียนจือเอ่ยอย่างจริงจัง ราวกับนี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร
“เจ้าแอบวางแผนร้ายกับข้า ถึงอย่างไรคนหนึ่งเป็นน้องสาวเจ้าเมือง อีกคนหนึ่งเป็นเจ้าเมือง เจ้าบอกว่าเป็นเจ้าเมืองตรงๆ มิยิ่งได้รับความสำคัญหรือ เจ้าคิดจะสลัดโคลนทิ้งภายหลังและเทถังอุจจาระใส่ศีรษะข้า” จินเฟยเหยาไม่พอใจ เจ้าหมอนี่เปลี่ยนเรื่องที่เพิ่งตกลงกันเมื่อครู่
“เจ้าเมืองคนนี้ชอบสตรี ถ้าได้ยินว่าผู้มาเป็นบุรุษจะยินดีได้อย่างไร เจ้ามีโทสะทำไม หรือว่าย