ังไม่ได้กลิ่นหอม?” เหรินเซวียนจือมีไพ่ตาย ไม่กลัวว่าจินเฟยเหยาจะสะบัดมือไม่ยอมกระทำอย่างกะทันหัน
จินเฟยเหยานิ่งอึ้ง “กลิ่นหอมอะไร?”
“เจ้าดมดูให้ละเอียด ต้องมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษอยู่ท่ามกลางคนเหล่านั้นแน่” เหรินเซวียนจือเชื่อว่าตนเองรู้จักสี่สัตว์ร้ายเป็นอย่างดี ที่นี่ต้องมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษแน่นอน ขอเพียงตนเองไม่ได้กลิ่น คนอื่นก็ไม่ได้กลิ่น มีเพียงเทาเที่ยเท่านั้นที่ได้กลิ่น
ได้ยินการถ่ายทอดเสียงอย่างมั่นใจของเขา จินเฟยเหยาได้แต่สูดดมลึกๆ ใช้จมูกแยกแยะกลิ่นในอากาศ นางรู้ว่าตนเองหลังจากเลื่อนเป็นขั้นกำเนิดใหม่ ความสามารถในการรับกลิ่นดีกว่าเมื่อก่อนหลายร้อยเท่า เพียงแต่ต้องดมอย่างละเอียด ส่วนมากกลิ่นทั้งหมดล้วนปะปนอยู่รวมกัน
ดมไปดมมา ดวงตาของนางพลันเคร่งขรึม ท้องหิวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ในปากมีน้ำลายออกมาจำนวนมาก
หอมมาก นี่คือกลิ่นอะไร จางอย่างยิ่ง ทว่ากลับทำให้น้ำลายสอ นี่เป็นความรู้สึกหิวของเทาเที่ยที่จินเฟยเหยาไม่ได้รู้สึกมานาน นี่คือสิ่งใดกันแน่ คิดไม่ถึงว่าจะทำให้ตนเองรู้สึกหิวขึ้นมาได้? หรือว่าเป็นหยวนอิงที่น่าอร่อย!
เหรินเซวียนจือสังเกตสีหน้าของจินเฟยเหยา เห็นนางดมไปทั่วราวกับสุนัขตัวหนึ่ง ไม่ใส่ใจภาพพจน์เลยสักนิด จากนั้นสีหน้าแข็งค้าง ตอนนี้ในดวงตาเต็มไปด้วยแววหิวโหย คาดว่าคงหากลิ่นชนิดนั้นพบแล้ว
“เป็นอย่างไร ได้กลิ่นบางอย่างใช่หรือไม่?” ดวงตาจินเฟยเหยาเต็มไปด้วยแววเข่นฆ่า มองเหร