ินเซวียนจือที่ถ่ายทอดเสียงมาพลางเอ่ย
“นี่มันเรื่องอะไรกัน ถ้าเจ้าไม่พูดให้ชัดเจน ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะแปลงร่างเป็นเทาเที่ยตอนนี้และกินคนทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ โห่วอะไร ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่อะไร ต่อให้เจ้าเป็นฉยงฉี ข้าก็จะให้เจ้าได้ลิ้มลองว่าเทาเที่ยที่หิวโหยเป็นเช่นไร”
“หึหึหึ ไม่ต้องรีบร้อน” เหรินเซวียนจือเผยสีหน้าอ่อนโยนมีรอยยิ้มและถ่ายทอดเสียงมา “กลิ่นหอมนั้นเป็นกลิ่นของโห่ว ทายาทสัตว์เทพเหล่านี้จะซ่อนกายอยู่ท่ามกลางสัตว์ปิศาจธรรมดา ถ้าไม่ใช่คนที่ตั้งใจค้นหาโดยเฉพาะ ต่อให้ได้ทายาทสัตว์เทพมาก็จำไม่ได้ พวกมันไม่ได้มีลักษณะเหมือนบรรพบุรุษ สายโลหิตที่ได้รับมาก็น้อยมาก อีกทั้งรูปโฉมจะมากจะน้อยก็ไม่เหมือนบรรพบุรุษ มีจำนวนมากเป็นสัตว์ปิศาจที่พบเห็นได้บ่อยและไม่ดึงดูดความสนใจของผู้บำเพ็ญเซียน”
เขามองจินเฟยเหยาและเอ่ยอย่างสงบนิ่ง “ทว่าเทาเที่ยตะกละกินอย่างยิ่ง เจ้าที่มีร่างแยกเทาเที่ยสามารถค้นหาสายโลหิตของทายาทสัตว์เทพพบท่ามกลางสัตว์ปิศาจจำนวนนับไม่ถ้วนที่มีลักษณะเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว กลิ่นที่เจ้ารับรู้ได้ตอนนี้คือกลิ่นของโห่วตัวนั้น นี่ก็ยืนยันการคาดเดาของข้าว่ากระต่ายโหยวเฟิงที่อวบอ้วนตัวนั้นเป็นทายาทของสัตว์เทพโห่ว”
จินเฟยเหยาฟังเขากล่าวจบ พลันแย้มยิ้มขึ้น “หมายความว่า ตอนนี้ข้าเป็นนายท่าน เจ้าคิดจะหาสัตว์เทพก็ต้องอาศัยข้า”
“เจ้าคิดจะทำอะไร!” เหรินเซวียนจือมีสีหน้าอึมครึม ถ่า