รุษที่คิดอ่านเพื่อผู้อื่นเช่นนี้ แม้แต่ในสำนักอันเที่ยงธรรมที่มีชื่อเสียงก็มีน้อยมาก
เมื่อจินเฟยเหยาถามเรื่องถูกดึงหยินเสริมหยางด้วยสีหน้าประหลาดใจ ถึงแม้หลิ่วฉี่ปอจะอยู่มานาน ก็ยังเอ่ยด้วยใบหน้าแดงก่ำนิดๆ นั่นไม่ใช่ดึงหยินเสริมหยาง เป็นเคล็ดวิชาบำเพ็ญคู่ของเจ้าเมืองเหริน ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีขั้นหลอมรวมสามคนนั้นบำเพ็ญคู่กับเจ้าเมืองเหรินมากจึงเลื่อนขั้นได้สำเร็จ เพื่อเพิ่มพลังการบำเพ็ญเพียร ทุกคนจึงแย่งชิงกันรับใช้เจ้าเมืองเหริน
“สตรีพวกนั้นถูกหลอกกันหมดสินะ ข้าเห็นกับตาว่าเจ้าดูดผู้บำเพ็ญเซียนสตรีคนหนึ่งจนแห้ง จะให้ประโยชน์แก่พวกนางมากขนาดนั้น ช่วยให้พวกนางเลื่อนขึ้นเป็นขั้นหลอมรวม และเพิ่มพลังการบำเพ็ญเพียรได้อย่างไร เจ้าหลอกอนุภรรยาพวกนี้จนอยู่หมัด ยอดเยี่ยมจริงๆ” จินเฟยเหยานั่งอยู่ข้างหน้าต่าง พิงกรอบหน้าต่างแล้วเอียงศีรษะเอ่ยวาจากับบนหลังคาห้อง
เหรินเซวียนจือเพียงสวมชุดตัวในที่คลายออกครึ่งหนึ่ง นำก้วนลงมาแล้ว ยืนเท้าเปล่าอยู่บนหลังคาหลุบตาลงมองจินเฟยเหยาบนกรอบหน้าต่าง ลมราตรีพัดเส้นผมของเขา ภายใต้แสงดาวดูแล้วรื่นตาจริงๆ
เห็นเขาไม่ตอบ จินเฟยเหยาก็เอ่ยถามอย่างสงสัย “พี่ยี่สิบ เจ้าบอกว่าคืนหนึ่งเจ้าต้องดึงพลังหยินยี่สิบครั้งมิใช่หรือ ดึกดื่นไม่ไปทำงาน วิ่งเท้าเปล่ามาตากลมอะไรที่นี่?”
“ดึงพลังเสร็จแล้ว ว่างไม่มีอะไรทำเลยมาคุยเรื่องแผนการกับเจ้า” เหรินเซวียนจือมองจินเฟยเหยาอย่างลึกซึ