้ง แล้วเอ่ยต่อว่า “เห็นข้าอยู่ใต้ฟ้าพร่างดาวแบบนี้ เจ้าไม่หวั่นไหวเลยหรือ?”
“อุ๊บส์” จินเฟยเหยาอดขำไม่ได้ นางปิดปากหัวเราะจนไหล่สั่นสะท้าน
เหรินเซวียนจือจ้องมองนางหัวเราะ สุดท้ายเอ่ยอย่างเย็นชา “ข้าอยากสังหารเจ้าจริงๆ สตรีที่ไม่มีอารมณ์อ่อนไหวอย่างเจ้าอยู่บนโลกนี้ไปก็เป็นความสิ้นเปลืองอย่างหนึ่ง”
“เจ้าตัดใจได้หรือ? อยากจะดึงพลังเจ้าก็เอาชนะข้าไม่ได้ ถ้าอยากได้พลังของข้า เจ้าได้แต่ให้ข้าเป็นฝ่ายยินยอมสละตนเองแล้ว ถึงเจ้าไม่อยากได้พลังของข้า แค่อยากจะฆ่าข้าจะได้ดวงตาไม่เห็นจิตใจสงบ ตอนนี้เจ้าก็ฆ่าข้าไม่ได้ แล้วไยต้องลงมือด้วย” จินเฟยเหยาแย้มยิ้มอย่างเบิกบาน
“เช่นนั้นพวกเรามาคุยธุระกัน ข้าจะบอกความชอบของเจ้าเมืองลั่วรื่อให้เจ้าฟังก่อน นางชอบเด็กสาวที่ตัวเล็กน่ารัก” เหรินเซวียนจือเมินเฉยคำพูดของจินเฟยเหยา เปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันทีและเริ่มพูดคุยธุระสำคัญ
ฟังถึงตรงนี้ จินเฟยเหยารีบบอกให้เขารอเดี๋ยว “เจ้าว่าอะไรนะ? ตัวเล็กน่ารัก! เจ้าว่าอย่างข้าเหมือนหรือ?”
เหรินเซวียนจือมองพินิจจินเฟยเหยาขึ้นลง ขมวดคิ้วแสดงสีหน้าลำบากใจออกมา หลังจากมองอยู่นานเขาจึงเอ่ยว่า “ที่จริงเจ้าแต่งตัวสักหน่อย ก็น่าจะพอกล้อมแกล้มผ่านไปได้”
“ฝืนใจพูดขนาดนั้น ในมือเจ้ามีอนุภรรยาตั้งห้าร้อยกว่าคนมิใช่หรือ เลือกที่หน้าตาอ่อนหวานออกมาคนหนึ่งน่าจะง่ายกว่า” จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างไม่พอใจ
เหรินเซวียนจือถอนหายใจเบาๆ “เจ้านึกว่าข้