มากองเป็นรูปร่างที่ต้องการจากนั้นจุดไฟเผาก็พอ” เหรินเซวียนจือเดินมาด้านข้างต่อบทสนทนา
จินเฟยเหยาเบิกตามองเขาราวกับมองดูสัตว์ปิศาจเฒ่าแล้วเอ่ยถาม “พูดนั้นง่ายดาย ฟังจากน้ำเสียงของเจ้าหรือว่าเจ้าเป็นคนสร้าง?”
เหรินเซวียนจือพยักหน้าอย่างไม่เกรงใจ “ข้าย่อมเป็นคนสร้าง ในโลกนี้ยังมีใครใช้สายลมได้ดีเท่าข้า”
“เจ้าโกหก” จินเฟยเหยาคร้านจะฟังเขาพูดเหลวไหล คนเช่นนี้พอเห็นก็รู้แล้วว่าไม่ทำเรื่องแบบนี้ อีกทั้งคนผู้นี้พูดจาเหลวไหลไม่เชื่อไว้ก่อนเป็นดี
จินเฟยเหยาเดินบนพื้นแก้วที่เรียบลื่นดุจกระจก ยังปรับตัวไม่ได้อยู่บ้าง ลื่นและสว่างเกินไป เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ได้ยินเหรินเซวียนจือเอ่ยว่า “กระโปรงที่เจ้าสวมยาวเกินไป ที่นี่อยู่ในทะเลทราย ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีที่รังเกียจความร้อนส่วนมากจะสวมกระโปรงยาวครึ่งเดียว ขอเพียงมองบนกระจกก็จะเห็นภาพใต้กระโปรงได้”
จินเฟยเหยาหยุดฝีเท้าทันที มองไปบนพื้นกระจก บนพื้นหลากสีสันสามารถส่องเห็นเงาคนได้ ทว่าเนื่องจากสีสันซับซ้อน จึงมองเห็นไม่ชัดเจน เห็นได้ชัดว่าพร่าเลือนอย่างยิ่ง ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีไม่ใช่คนโง่เสียหน่อย แค่มองเห็นไม่ชัดจึงสวมกระโปรงสั้น
ทว่าเหรินเซวียนจือกลับอธิ