งแห่งนี้งดงามอย่างยิ่ง สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีชมชอบโดยแท้
“ตอนเจ้าพูดไม่ต้องเอ่ยถึงคำว่าบ้ากามก็ได้ ข้ามีชื่อเสียงในเมืองจุ้ยเทียนดียิ่ง” เหรินเซวียนจือเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
จินเฟยเหยายักไหล่อย่างช่วยไม่ได้พลางเอ่ยถาม “ถ้าไม่มีคำว่าบ้ากาม ก็ไม่สามารถแสดงออกว่าข้าตกตะลึงในความตรงกันข้ามของเจ้าได้”
คนทั้งสองเดินเข้าสู่ถนนสายหลักแล้ว คนบนถนนเพิ่มมากขึ้น คนที่เดินไปมาบนถนนที่กว้างเกินสามจั้งล้วนเป็นผู้ฝึกวิชาชั่วร้าย จำนวนคนน้อยกว่าที่จินเฟยเหยาคิดไว้ ทำให้เมืองจุ้ยเทียนเงียบเหงาอยู่บ้าง ทว่าเหรินเซวียนจือกลับบอกนางว่า ผู้ฝึกเคล็ดวิชาชั่วร้ายส่วนมากชอบความมืดและหนาวเย็น ตอนกลางคืนคนจะเยอะขึ้น กลางวันล้วนหลบซ่อนอยู่ในที่พักของตนเอง
ทว่าคนที่เดินอยู่บนถนนเหมือนกับที่จินเฟยเหยาคิดไว้ก่อนหน้านี้จริงๆ ซากศพแข็งทื่อเกลื่อนพื้น ผู้ฝึกวิญญาณยังสู้สุนัขไม่ได้ ครึ่งหนึ่งเป็นคนเป็น อีกครึ่งหนึ่งเป็นคนตาย ทางด้านนั้นมีผู้บำเพ็ญเซียนเจ็ดแปดคนที่ไม่รู้ว่าสังกัดสำนักชั่วร้ายอะไร ด้านหลังแต่ละคนมีโลงศพใบหนึ่งลอยอยู่ ใบหน้ามีไอแห่งความตายหนักหน่วง รอบดวงตาเป็นสีดำ
ส่วนประตูร้านอาวุธเวทแห่งหนึ่ง