ไหวพลางค้นตานสัตว์ปิศาจในถุงเฉียนคุน นางค้นหาแล้วพลันนิ่งอึ้ง ตานสัตว์ปิศาจหมดแล้ว! เงยหน้าขึ้นมองพินิจสัตว์ภูติหลายตัวนี้ สัตว์หลัวซิงและสัตว์ภูติหลายตัวตามลี่เหนียงออกไป ตอนนี้สิ่งที่มีพลังการบำเพ็ญเพียรสูงที่สุดในห้องคือนกสือกง เจ้านี่เพิ่งขั้นห้า นางมองร่างของมัน เกรงว่าตานสัตว์ปิศาจคงมีขนาดเพียงเมล็ดถั่ว
ไม่รู้ว่าสายตาของนางตะกละตะกลามเกินไปหรือเป็นความรู้สึกตามธรรมชาติของสัตว์ปิศาจ นกสือกงที่พูดจ๋อยๆ ไม่หยุดตลอดเวลาพลันหุบปากและมองจินเฟยเหยาอย่างตื่นตระหนก
“เจ้าตัวเล็กเกินไป กินไม่อร่อย” จินเฟยเหยาพลันเอ่ยยิ้มๆ ทำให้นกสือกงตกใจจนบินไปมุมกำแพง
ไม่มีตานสัตว์ปิศาจข้ายังมีของดีอีกอย่าง จินเฟยเหยายิ้มให้มันแล้วล้วงในถุงเฉียนคุน ขวดหยกสูงสองฝ่ามือขวดหนึ่งปรากฏบนอุ้งเท้า
จินเฟยเหยาเขย่าขวดหยกแล้วใช้ปากกัดเปิดฝาขวด ฝ่ามือซ้ายถ่ายเทพลังวิญญาณสีดำจากนั้นดึงในขวดหยก ดวงแสงสีขาวก็ถูกนางนำออกมาจากในขวด ในดวงแสงมีสิ่งที่ส่องประกายระยิบระยับเม็ดหนึ่ง จากนั้นนางปิดขวดหยกทันที
นางโยนดวงแสงบนอุ้งเท้าเข้าปากกิน ตบท้องอย่างพึงพอใจแล้วเอ่ยว่า “โชคดีที่ข้าคายตานสัตว์ปิศาจของสัตว์เพา