จ้านายจึงต่อยส่วนท้องของพวกมัน ไม่แตะต้องส่วนหน้าเลยสักนิด
หมัดแล้วหมัดเล่า สัตว์ภูติเจ็ดแปดตัวถูกจินเฟยเหยาตบไม่กี่ครั้งก็คว่ำลงกับพื้น จากนั้นนางก็กระโดดขึ้นไปเหยียบบนหัวของสัตว์หลัวซิง ทงเทียนหรูอี้ลอยออกมากลายเป็นหนามยาวแหลมคมชิ้นหนึ่งหยุดลงบนม่านตาของสัตว์หลัวซิง จากนั้นนางก็ใช้ฝ่าเท้าเล็กๆ กดลงบนใบหน้าของสัตว์หลัวซิงแล้วเอ่ยอย่างดุร้าย “ไม่ดูเสียบ้างว่าข้าเป็นใคร คิดไม่ถึงว่าจะกล้าหาเรื่องข้า จะให้ข้าจิ้มดวงตาของเจ้าทะลุหรือไม่?”
ครั้งนี้จินเฟยเหยาไม่ได้ใช้เสียงเห่าโฮ่งๆ ทว่าใช้เสียงคนพูดกับมันโดยตรง สัตว์ภูติอย่างสัตว์หลัวซิง เคยทำสัญญาโลหิตมีความจงรักภักดีต่อเจ้านาย ต่อให้เผ่ามนุษย์คนอื่นๆ ร้ายกาจ พวกมันก็จะไม่ยอมสยบ
ทว่าจินเฟยเหยาไม่เหมือนกัน นางมีร่างเทาเที่ย ต่อให้เป็นดวงจิตเล็กๆ ที่แยกออกมาผนึกเป็นร่างก็ทำให้นางมีพลังสยบสัตว์ภูติอื่นๆ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงว่านางเป็นสัตว์ปิศาจขั้นเก้า ส่วนสัตว์หลัวซิงตัวนี้เพิ่งขั้นหก สัตว์หลัวซิงถูกจินเฟยเหยาข่มขู่ก็รีบส่ายหัวราวกับกลองป๋องแป๋ง
“ฮึ นับว่าพวกเจ้ายังรู้จักสถานการณ์ ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าเป็นลูกพี่ พวกเจ้าทั้งหมดต้องเชื่อฟังข้า