ลงเลี้ยงสัตว์เลี้ยง สุดท้ายคนรับเคราะห์กลับเป็นพวกเขา มีชีวิตอยู่มาตั้งหลายร้อยหลายพันปี สุดท้ายคิดไม่ถึงว่าจะร่วงชั้นลงมาเป็นพ่อครัว
จู๋ซวีอู๋ไม่รู้ว่าเผ่ามารกำลังคิดอะไรอยู่ เห็นพวกเขาท่าทางสงบนิ่งนึกว่าบนตัวจินเฟยเหยามีการป้องกันจำนวนมากปกป้องอย่างแน่นหนา คนธรรมดาขโมยนางไปไม่ได้ ดังนั้นจึงกล้าปล่อยให้คนเผ่ามนุษย์เข้าใกล้ได้ตามสบายและไม่เข้ามาตรวจสอบเลยสักนิด
ไปเจี่ยนจู๋มองไปรอบด้าน จากนั้นนั่งยองๆ ลงเบื้องหน้าจินเฟยเหยา เห็นได้ชัดว่ามีเรื่องอยากพูดแต่กลับไม่พูด เงียบงันอยู่นาน
ส่วนจินเฟยเหยาก็นั่งมองเขาอยู่ตรงนั้นตลอด เห็นเขาไม่เอ่ยวาจาอยู่นานก็คิดจะยกกรงเล็บใส่เขาสักหน่อย ดังนั้นเพิ่งคิดจะขยับกรงเล็บไป๋เจี่ยนจู๋กลับเอ่ยวาจา “ตอนนี้เจ้าต้องเจ็บปวดอย่างยิ่งแน่ มิสู้ให้ข้าส่งเจ้าออกเดินทางเป็นอย่างไร?”
หืม? จินเฟยเหยาเหงื่อแตก นี่หมายความว่าอย่างไร!
จู๋ซวีอู๋ก็มองเขาอย่างตกตะลึง นี่คิดจะทำอะไร คนนับพันยืนอยู่ตรงนี้ เจ้าจะลงมืออย่างไร
ไป๋เจี่ยนจู๋ไม่มองจู๋ซวีอู๋ ทว่าจ้องมองนัยน์ตาสัตว์ที่เป็นประกายของจินเฟยเหยาแล้วเอ่ยต่อ “พวกเรารู้จักกันมาสองร้อยปี จากศัตรูมาเป็นเพื่อนบ้าน ถือว่ารู้จักกันครา