ขมวดคิ้ว “ถ้าครั้งที่แล้วมิใช่เพื่อช่วยพวกเจ้า ข้าคงไม่อยู่ที่นี่ ถึงโลกตู้เทียนจะอยู่ไม่สบายและสายฟ้าไม่มากเท่าที่นี่ สุดท้ายผ่านมาไม่นาน พวกเจ้ากลับปล่อยให้หลงหนีออกมาได้ มาบอกข้าเรื่องนี้หรือยังคิดจะให้ข้าไปอีก?”
ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นว่างเปล่าสองคนไม่ส่งเสียง แต่กลับด่าทอในใจ ตอนนั้นพลังการบำเพ็ญเพียรของเจ้าสูงกว่าเขาหนึ่งขั้น เพียงแค่กักขังไว้ ยังสังหารไม่ได้ อีกทั้งเจ้ารั้งอยู่ที่นี่ไม่ใช่กลับไปโลกตู้เทียนไม่ได้ เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับพวกเราด้วย เห็นได้ชัดว่าเจ้าได้ของดีจากจอมมารหลงจึงบรรลุขั้นผสานร่างโดยบังเอิญ ยังไม่ได้เตรียมสิ่งของให้พร้อมสรรพจึงฝืนรั้งอยู่ที่นี่ทำร้ายพวกเราจนไม่รู้ว่ามอบบรรณาการให้เจ้าตั้งเท่าใดแล้ว
คิดแล้วก็คิดอีก พวกเขาสองคนล้วนไม่กล้าพูดออกมา พวกเขารู้ดี ติงจั๋วคนนี้ไม่ใช่ชนชั้นมีเมตตา เพื่อเลี้ยงสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณให้เติบใหญ่อย่างสบายๆ จึงหลอกคนตระกูลหวาให้พาสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณไป ตอนนี้กลับดียิ่ง ไม่รู้ว่าถูกใครส่งกลับมาอย่างปลอดภัย
“ถ้าผู้อาวุโสติงไม่ลงมือ สามารถชี้แนะหนทางเอาชนะได้หรือไม่” หลังจากพวกเขาสองคนครุ่นคิดพลันเอ่ยถาม
“พวกเจ้าไม่ย้ายคนจากโลกวิญญาณหนานเฟิง