สหายเซียนสตรีท่านนี้คือ…”
“นางพาข้าออกมาจากชั้นเมฆส่วนนอกของโลกระดับเทพและเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตข้า” ไห่หลันอินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
จินเฟยเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาแล้วพยักหน้านิดๆ ในเวลานี้เอง จินเฟยเหยารู้สึกได้ว่าการรับรู้ของผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่คนนั้นกวาดมาทางตนเอง นางคารวะผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่คนนี้อย่างไม่กระโตกกระตาก แล้วไม่มองพวกเขาอีก
ทุกคนไม่พูดจามากความ เพียงพูดคุยไม่กี่ประโยค พวกเขาก็เหาะนำไปยังโลกระดับเทพส่วนใน เพื่อหลีกเลี่ยงความหวาดระแวง ไห่หลันอินจึงนั่งอยู่บนทงเทียนหรูอี้ของจินเฟยเหยาตลอดเวลา จินเฟยเหยารู้สึกว่าหลายคนนี้ดูเหมือนจะรู้สึกสนใจตนเองยิ่งกว่าไห่หลันอินและมักจะมองมาทางตนเองไม่หยุด ถึงแม้จะไม่รู้สึกถึงเจตนาสังหารทว่าก็ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจ
ตลอดทางจินเฟยเหยาไม่ได้พูดมาก เพียงนำตานสัตว์ปิศาจแอบยัดใส่ปากเป็นบางครั้ง ตลอดทางนางทำตัวไม่เป็นจุดเด่นอย่างหาได้ยาก ที่จริงแอบระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา กลุ่มคนที่ตัดสินใจจะเอาศิลาวิญญาณฟรีๆ รวดเร็วขนาดนี้ต้องมิใช่ตัวดีอะไร อีกทั้งยังมีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่อยู่ทำให้คนวางใจไม่ลงจริงๆ
ในที่สุด หลังผ่านมาหล