งสาวงามที่ถูกผู้มีอำนาจเลี้ยงดูไว้มิใช่หรือ คุณหนูไห่คนนี้ เป็นคุณหนูใหญ่ขนานแท้เลยจริงๆ
“สหายเซียนไห่ ข้ายอมช่วยเจ้า แต่ข้ามีจุดหนึ่งที่ไม่เข้าใจ หวังว่าเจ้าจะช่วยให้คำตอบแก่ข้า” จินเฟยเหยารู้สึกว่าเรียกนางว่าสหายเซียนสะดวกปากกว่า ตะโกนเรียกว่าคุณหนูรู้สึกน่าเบื่ออยู่บ้าง
ไห่หลันอินเช็ดน้ำตาแล้วเอ่ยถามโดยดี “เรื่องอะไร? ข้ายินดีบอกทุกอย่าง”
“คือแบบนี้ ช่องว่างในกรงที่ขังเจ้าไว้กว้างสองฉื่อเต็มๆ สินะ ทำไมเจ้าไม่มุดออกมา” จินเฟยเหยามองไห่หลันอินที่มีน้ำมูกน้ำตาไหลอาบหน้า สองมือเกาะไม้บนกรง และกำลังโผล่ศีรษะออกมาในกรงที่แขวนอยู่บนเสาประตูกระท่อม ก็อยากจะขว้างก้อนหินให้นางร่วงลงมา
“หา?” ไห่หลันอินเกาะข้างกรง ตะลึงงันไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยอย่างหวาดกลัวและไม่สบายใจ “สมควรเดินออกทางประตูมิใช่หรือ?”
จินเฟยเหยาเบิกตามองอย่างตกตะลึง คนโง่แบบนี้ใครสั่งใครสอนออกมา! ตอนนี้ยังจะเดินออกทางประตู เดินออกทางประตูอะไร! กรงนี้ไม่มีประตูเลยสักนิด?
ทว่าไห่หลันอินยังขมวดคิ้วพูดมากไม่จบไม่สิ้น “แต่อาจารย์ที่สอนข้าเคยบอกว่าสตรีต้องมีความประพฤติดีงาม ถึงเหยียบกระบี่บินเหาะเหินก็ต้องเข้าทางประตู