้อฝันว่าจะได้ผลประโยชน์มากเพียงใดจากตัวคุณหนูไห่คนนี้ ไห่หลันอินกลับนึกว่าจินเฟยเหยาหวาดกลัว ไม่กล้าช่วยตนเอง ดังนั้นจึงชักช้าไม่ยอมเอ่ยวาจา ก็ร้อนใจจนร่ำไห้เสียงดัง “สหายเซียน เจ้ารีบช่วยข้าเร็ว เจ้าต้องการสิ่งใดข้าก็จะให้ เจ้ารีบช่วยข้าเถอะนะ!”
“เอะอะทำไม เบาเสียงหน่อย!” เสียงของนางดังเกินไปแล้ว จินเฟยเหยาตกใจจนเอ่ยปากด่าทอ
เป็นตัวโง่งมจริงๆ เสียงดังขนาดนี้จะตะโกนเรียกยักษ์ตาเดียวมาหรือไร ถ้าไม่ใช่เพราะนางและไห่หลันอินในกรงต่างก็มีพลังการบำเพ็ญเพียรขั้นหลอมรวมช่วงต้น ใช้การถ่ายทอดเสียงจะถ่ายทอดคำสนทนาเข้าสู่สมองของยักษ์ตาเดียวทันที จินเฟยเหยาก็อยากใช้การถ่ายทอดเสียงอย่างยิ่ง
ไห่หลันอินมีชีวิตอยู่มาหลายร้อยกว่าปีจนถึงบัดนี้ยังไม่เคยถูกคนดุว่าหนักขนาดนี้มาก่อน พอถูกจินเฟยเหยาด่าก็ตะลึงงัน หลังได้สติกลับคืนมานางก็ร่ำไห้อย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม “ทำไมเจ้าต้องดุร้ายขนาดนี้ด้วย ท่านพ่อยังไม่เคยด่าข้าแบบนี้เลย ข้ากลัวจริงๆนะ ข้าไม่อยากเป็นนกจินซือเชวี่ย[1] ข้ายังต้องไปเจอศิษย์พี่ ขอร้องเจ้าละรีบช่วยข้าออกไปเถอะ”
“หา นกจินซือเชวี่ย?” คำพูดของนางทำให้จินเฟยเหยางงงัน คำพูดนี้หมายถึ