ได้ส่งเสียงตวาด ข้าอาจจะตายจริงๆ” หยุดไปครู่หนึ่ง เขาก็เอ่ยอีกว่า “ข้ารู้ แค่เลินเล่อไปชั่วขณะ ต่อไปไม่แล้ว”
ไม่รู้ว่าสยงเทียนคุนพูดกับใครอยู่ ตรงกันข้ามพูดคุยเบาๆ อยู่นาน สีหน้าเขาพลันแปรเปลี่ยน อดส่งเสียงดังไม่ได้ “ที่เจ้าพูดเป็นความจริง!”
“หืม?” จินเฟยเหยากำลังนั่งบนหินก้อนหนึ่งเพื่อทำให้จิตใจสบาย ถึงแม้ไม่หิวยังนำตานสัตว์ปิศาจเม็ดหนึ่งมาอม ได้ยินเสียงของสยงเทียนคุนก็มองเขาพลางเอ่ยถามอย่างสงสัย “พี่สยง ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ ท่านถามอะไร?”
“ไม่มีอะไร” สยงเทียนคุนส่ายศีรษะอย่างรวดเร็ว
“อ้อ” จินเฟยเหยาส่งเสียงตอบรับ แล้วเคี้ยวตานสัตว์ปิศาจเล่นต่อ
ส่วนสยงเทียนคุนลังเลเล็กน้อยก็เอ่ยถามอย่างกะทันหันว่า “เฟยเหยา เจ้าเคยฝึกเคล็ดวิชาประหลาดอะไรหรือเคยพบสัตว์ปิศาจแปลกประหลาดอะไรหรือไม่”
“แค่ก!” พอเขาถาม ก็เกือบจะทำให้จินเฟยเหยากลืนตานสัตว์ปิศาจลงไปทั้งเม็ด
……………………………………………..