ังอุตังนัยน์ตาสีแดงก่ำขนาดสิบกว่าจั้งตัวหนึ่งปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศอย่างไม่ยอมแพ้ปราณกระบี่ดอกจวี๋สังหารของสยงเทียนคุนเช่นกัน
จินเฟยเหยามองซ้ายมองขวา จากนั้นก็หมุนตัวบินหลบหนีออกไปไกลอย่างรวดเร็ว ยืนอยู่ตรงนี้มีแต่จะเกะกะ อีกทั้งนางไม่อยากถูกคลื่นเวทมนตร์ที่ดูน่ากลัวกวาดมาโดน ชั่วพริบตา นางพุ่งมาถึงเบื้องหน้าเหรินเยี่ยน ยังไม่ทักทายสักคำก็ล่าถอยออกไปอีกหลายร้อยจั้ง
จินเฟยเหยารู้สึกว่าระยะทางเท่านี้น่าจะพอแล้ว จึงนำทงเทียนหรูอี้ออกมาเปลี่ยนเป็นโล่ขนาดใหญ่สองชิ้นตั้งอยู่ด้านหน้าร่าง ใช้เข็มขัดวิเศษไป๋หลิงที่ใช้การรับรู้ตรวจสอบนานแล้วพันไว้บนเอว แล้วใช้ม่านแสงอีกหนึ่งชั้น คิดๆ ดูยังรู้สึกไม่วางใจ สุดท้ายก็โยนฟองแสงนรกออกมา ให้กระพริบแสงสีดำปกคลุมอยู่บนร่างของตนเอง
ฟองแสงนรกเป็นเพียงฟองขนาดใหญ่ ไม่มีปราณวิญญาณสีดำพวยพุ่งออกมา จึงไม่ดึงดูดความสนใจของเหรินเยี่ยน เขาเพียงแต่ถูกความเคลื่อนไหวของจินเฟยเหยาทำให้ตกใจ จึงรีบนำของวิเศษป้องกันทั้งหมดในร่างออกมา กางม่านแสงปกป้องตนเองอย่างแน่นหนาถี่ยิบ จากนั้นเหรินเยี่ยนมองจินเฟยเหยา เห็นนางอุ้มกบสองตัวของตนเองขวางไว้ด้านหน้าเป็นการป้องกันชั้นสุดท้าย จากนั้นจ้องมองผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ที่อยู่ไกลลิบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
คิดไม่ถึงว่าสัตว์ภูติยังมีประโยชน์แบบนี้ด้วย! เหรินเยี่ยนนึกถึงว่าตนเองก็มีสัตว์ภูติขั้นสี่อยู่ตัวหนึ่ง เป็นสัตว์หลิงข่งที่น