บนเท้าแขนเก้าอี้ ดูลวดลายบนนั้นพลางเอ่ยถามอย่างสงสัย “โลกระดับเทพ…ไม่ใช่ข้าไม่อยากช่วย ข้อสำคัญคือข้าไม่เคยไป อีกทั้งยังซื้อตั๋วโดยสารเรือไปโลกระดับเทพไม่ไหว ไม่มีตั๋วเรือข้าก็ไปไม่ได้ และกลับมาไม่ได้ อีกทั้งข้ายังตัดใจไปจากศิษย์พี่ทุกท่านที่สำนักตงอวี้หวงไม่ได้”
เจ้าตัดใจจากชีวิตดีๆ ที่นี่ไม่ได้ต่างหาก!
ลั่วฝานเจินเหรินเอ่ยด้วยสีหน้าลำบากใจ “ถ้าศิษย์น้องเล็กไม่ยอมช่วยเหลือ เช่นนั้นก็ย่ำแย่แล้ว นี่เกี่ยวพันถึงความปลอดภัยของโลกเผ่ามนุษย์ เป็นข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเผ่ามารฉบับหนึ่ง ต้องส่งถึงเมืองซันจือที่โลกระดับเทพ ถ้าตั๋วเรือ พวกเราสามารถหาเส้นสายส่งศิษย์น้องเล็กไปโลกระดับเทพได้โดยไม่ต้องใช้ตั๋วเรือ เพียงแต่ไม่ได้ขึ้นเรือที่เมืองวั่นเซียนสุ่ย”
“ไปเรือส่วนตัว?” จินเฟยเหยาเงยหน้าขึ้นมองนาง
“ไม่ใช่ไปเรือส่วนตัว ทว่าเป็นเรือส่วนตัวของหอฉีเทียน พวกเขามีคนกลุ่มหนึ่งจะไปโลกระดับเทพพอดี ดังนั้นพวกเราจึงขอให้พวกเขาเหลือที่นั่งไว้ที่หนึ่ง”
จินเฟยเหยาพยักหน้าราวกับครุ่นคิด “ข้าได้ยินว่าเมืองวั่นเซียนสุ่ยเดินเรือไปโลกระดับเทพ ผู้บำเพ็ญเซียนหนึ่งคนต้องจ่ายหนึ่งแสนศิลาวิญญาณชั้นกลาง ถ้าเบียดไปกับเรือของหอฉีเทียนก็สามารถประหยัดศิลาวิญญาณได้มาก”
ลั่วฝานเจินเหรินสบตากับเจ้าสำนัก แล้วพยักหน้านิดๆ จากนั้นเอ่ยกับจินเฟยเหยาว่า “ถ้าศิษย์น้องเล็กยินยอมไปสักครา พวกเรายินดีเพิ่มศิลาวิญญาณหนึ่งพันก้อนให้เป็นค