ด พวกเราเรียกเจ้ามาเพราะมีเรื่องอยากจะขอร้อง”
เรื่องนี้ทำให้จินเฟยเหยารู้สึกเหนือความคาดหมาย ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่เหล่านี้ยังมีเรื่องมาขอร้องข้าได้? หรือว่าเป็นเรื่องนี้!
จินเฟยเหยาหลุดปากเอ่ยถามว่า “มีใครล่วงเกินพวกท่านใช่หรือไม่ พวกท่านจึงคิดจะให้ข้าไปกินจนพวกเขาล้มละลาย?”
ลั่วฝานเจินเหรินชะงักไปนิดหนึ่งจึงแย้มยิ้มพลางส่ายศีรษะ “ไม่ใช่เรื่องนี้ พวกเราคิดจะให้ศิษย์น้องเล็กช่วยไปส่งสิ่งสำคัญชิ้นหนึ่งให้พวกเรา”
“ส่งสิ่งของ? เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องตามข้านะ ในสำนักมีคนตั้งมากมาย คนวิ่งเต้นมีอยู่ทั่วไป” จินเฟยเหยากระพริบตาปริบๆ มองพวกเขาแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“คนย่อมมีอยู่มากมาย ทว่าสถานที่ที่ต้องไปไม่ใช่สถานที่ซึ่งคนธรรมดาสามารถไปได้” ลั่วฝานเจินเหรินเอ่ยเบาๆ
ครั้งนี้จินเฟยเหยาไม่ได้ส่งเสียง เพียงมองดูนาง คิดจะดูว่านางยังพูดอะไรอีก
ลั่วฝานเจินเหรินมองจินเฟยเหยาพลางเอ่ยว่า “ต้องไปโลกระดับเทพ”
“โลกระดับเทพ?” จินเฟยเหยาได้ฟังก็ตะลึงงัน คิดไม่ถึงว่าต้องไปโลกระดับเทพ
อ้อ จริงสิ โลกระดับเทพอยู่ไกลจากโลกระดับวิญญาณ จึงให้ข้าไปส่งสิ่งของพอดี จะได้เอาข้าไปโยนทิ้งไว้ที่โลกระดับเทพง่ายๆ สามารถไล่ข้าไปได้ ทั้งยังไม่ต้องกลัวคนของตำหนักซวีชิงจะอาละวาด กินอาหารตั้งมากมายไปฟรีๆ ให้เจ้าวิ่งเต้นหน่อยคิดไม่ถึงว่าจะไม่ยินยอม หนังหน้าหนาแบบนี้เจ้ายังอยู่ที่สำนักตงอวี้หวงต่อได้หรือ?
จินเฟยเหยาใช้นิ้ววาด