ในหมู่ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีมีคนผู้หนึ่งยืนขึ้น กลางหน้าผากมีไฝแดง เป็นผู้บำเพ็ญเซียนสตรีที่สูญเสียบุตรชายไปเมื่อสองวันก่อนพอดี
“ศิษย์พี่หลิ่ว…เป็นท่านจริงๆ หรือ?” ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีที่ชื่อหลิงฝาน แหวกกลุ่มคนเดินมาหาผู้บำเพ็ญเซียนบุรุษที่เข้ามาอย่างสงสัย
ทั้งสองคนสบสายตากัน ปากก็บอกชื่อตนเองเบาๆ เดินเข้ามาหาอีกฝ่ายทีละก้าวแล้วโอบกอดกันราวกับแสดงละครบนเวที
หลิงฝานร่ำไห้อย่างเสียใจสุดซึ้ง ร้องไห้พลางบอกเล่าความโชคร้ายของตนเอง “ศิษย์พี่ ข้านึกว่าจะไม่ได้เห็นท่านอีกแล้ว”
“ศิษย์น้องหลิงฝาน เจ้าหายตัวไปถึงยี่สิบกว่าปีเต็มๆ พวกเรานึกว่าเจ้าประสบเหตุไม่คาดฝัน คิดไม่ถึงว่าจะได้พบเจ้าอีกครั้ง เมื่อครู่ข้าได้ยินคนเดินถนนเล่าลือกันจึงรุดมาอย่างเร่งร้อน” ศิษย์พี่หลิ่วแสดงความรู้สึกออกมา โอบกอดหลิงฝานแนบแน่น หากมิใช่ที่นี่มีคนนั่งอยู่เต็มไปหมดและจ้องมองพวกเขาสองคนราวกับพยัคฆ์จับจ้องเหยื่อ เกรงว่าคงทำเรื่องร้อนแรงระหว่างบุรุษสตรีออกมา
“ศิษย์พี่”
“หลิงฝาน”
“ขอโทษนะ ขอรบกวนพวกเจ้าสองคนหน่อย พวกเจ้าจะจากไปตอนนี้หรือจะรอคนในสำนักมาแล้วค่อยไป” จินเฟยเหยาทนดูต่อไปไม่ได้ รอบด้านยังมีผู้บำเพ็ญเซียนสตรีจำนวนมากที่ยังไม่ได้พบคนรู้จักนั่งรออยู่ สองคนนี้ยืนกอดกันอยู่ตรงกลางจะทำให้คนไม่ชอบใจนะ ท่าทางในอดีตคงมีสัญญาแต่งงานหรือเป็นคู่ที่รักกันหวานชื่นเสียแปดส่วน
“ผู้อาวุโส นี่คือศิษย์พี่ของข้า” หลิงฝานออกจากอ้อมกอด