ของศิษย์พี่หลิ่ว ทั้งสองคนกุมมือกันและยืนอยู่ด้วยกันอย่างไม่ทอดทิ้งไม่พรากจาก
“อ้อ พวกเจ้าจะไปตอนนี้เลย?” จินเฟยเหยาตอบรับ นางไม่ใส่ใจว่าเป็นศิษย์พี่หรืออาจารย์ เพียงใส่ใจว่าจะได้สิ่งของตอบแทนหรือไม่
“ศิษย์น้อง เจ้าแจ้งอาจารย์แล้ว?” ศิษย์พี่หลิ่วมองหลิงฝานอย่างห่วงใย หลิงฝานพยักหน้า
แจ้งสำนักแล้ว ถ้าจากไปแบบนี้ มิทำให้บรรดาอาจารย์ลุงอาจารย์อาในสำนักมาเสียเที่ยวหรือ คงต้องอยู่รอ ดังนั้นศิษย์พี่หลิ่วจึงเอ่ยว่า “ผู้อาวุโส พวกเรารอคอยคนในสำนักอยู่ที่นี่ก่อน ข้าอยากไปดูสถานที่กักขังหน่อย ที่แท้เป็นผู้ใดจึงกระทำเรื่องเช่นนี้ได้ สมควรสับเป็นพันเป็นหมื่นชิ้น!”
“เรื่องนี้ไม่ต้องรีบร้อน รอแต่ละสำนักมากันเกือบหมดแล้วทุกคนค่อยไปดู เรื่องบางอย่างในนั้นเจ้าสามารถถามศิษย์น้องดูได้ ชั้นบนยังว่าง พวกเจ้าขึ้นไปรอก่อนเถอะ ด้านล่างมีคนมากมาย” จินเฟยเหยาพยักพเยิดไปที่บันไดทางขึ้นชั้นบน เป็นความหมายให้ทั้งสองคนขึ้นไปชั้นบน
“ศิษย์พี่ ข้ามีเรื่องอยากจะพูดกับท่าน” หลิงฝานมองจินเฟยเหยาแวบหนึ่ง ดึงศิษย์พี่ไปด้านข้างแล้วเอ่ยกระซิบ
ศิษย์พี่หลิ่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงหยิบตานสัตว์ปิศาจขั้นห้าเม็ดหนึ่งออกมาจากถุงเฉียนคุน เดินไปประคองส่งถึงเบื้องหน้าจินเฟยเหยา “ผู้อาวุโส นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อย ท่านโปรดรับไว้ ขอบคุณที่ท่านช่วยศิษย์น้องของข้าออกมา ถึงแม้จะมีราคาไม่กี่ศิลาวิญญาณ แต่ก็เป็นสิ่งที่มาจากใจของข้า”
จินเฟยเ