หยามองตานสัตว์ปิศาจขั้นห้าเม็ดนั้น สำหรับผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐาน นี่เป็นสมบัติก้อนใหญ่แล้ว พวกเขาคิดจะล่าสังหารสัตว์ปิศาจขั้นห้าตัวหนึ่งไม่ง่ายดาย ดูออกว่าใจกว้างอย่างยิ่ง ทว่าสำหรับนางแล้วตานสัตว์ปิศาจขั้นห้าไม่ค่อยมีค่านัก
มีผลประโยชน์ก็เอาเปรียบหรืออีกสักครู่จะหาเงินก้อนใหญ่ดี? จินเฟยเหยาครุ่นคิดอยู่สองอึดใจก็ตัดสินใจได้ ยื่นมือไปปฏิเสธตานสัตว์ปิศาจเม็ดนี้
“ข้าก็ถือว่าเป็นผู้อาวุโสของพวกเจ้าจะเอาสิ่งของของผู้เยาว์ได้อย่างไร นี่จะหยามเกียรติข้าหรือ? สิ่งของของพวกเจ้า ถ้าจะขอบคุณข้าจริงๆ ย่อมมีสำนักของพวกเจ้ากระทำแทน พวกเจ้าไม่ต้องสิ้นเปลือง ศิษย์น้องของเจ้าเพิ่งหนีออกมาจากเภทภัยได้ เจ้าใช้กับร่างของนางดีกว่า ดูแลนางให้ดี” จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างมีเหตุผล
คำพูดนี้เอ่ยอย่างมีเหตุมีผล มีหลักการ ทั้งยังห่วงใยผู้เยาว์รุ่นหลัง ทว่าผู้บำเพ็ญเซียนสตรีในที่นั้นไม่รู้สึกซาบซึ้ง พวกนางรู้ดี ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมคนนี้รอของขวัญชิ้นใหญ่จากสำนัก ถ้ารับซองอั่งเปาเล็กๆ อาจจะทำให้เสียของขวัญชิ้นใหญ่ หนังหน้าของคนผู้นี้หนาอย่างประหลาด อีกสักครู่ถ้าไม่ให้ของขวัญตอบแทนแก่นาง ผู้ใดจะรู้ว่านางจะทำอะไรขึ้นมา
ศิษย์พี่หลิ่วได้แต่เก็บตานสัตว์ปิศาจ หลังจากเอ่ยขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำอีก จึงพยุงศิษย์น้องหลิงฝานขึ้นชั้นบน ไม่ใช่เขาคิดจะหาสถานที่ไม่มีคนกระทำเรื่องใด หลักๆ คือชั้นหนึ่งมีผู้บำเพ็ญเซียนสตรีนั่งเบียดเสี