ยหน้าขึ้นก็เห็นคนของสำนักตงอวี้หวง ทว่าไม่รอให้นางทักทายก็เห็นคงจู๋อู๋พาคนเบียดเข้ามาในฝูงชนก็รู้สึกว่าน่าขำทันที
นางเห็นชุดของผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมเบื้องหน้ามีอักษรเซียวตัวเล็กๆ จึงรู้ว่านี่เป็นคนที่ตำหนักเซียวเทียนส่งมา ดังนั้นนางจึงตะโกนเสียงดัง “ศิษย์พี่ ท่านมาได้อย่างไร!”
หลู่หงกวงไม่อยากมีศิษย์น้องแบบนี้เลยสักนิด เห็นจินเฟยเหยาทักทายเขาก็ส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชา
จินเฟยเหยาไม่ได้กระอักกระอ่วน ยังยืนขึ้นและเอ่ยอย่างกระตือรือร้น “ศิษย์พี่ คิดไม่ถึงว่าท่านจะมา เจ้าสำนักสบายดีหรือไม่ ข้าสามารถให้ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีกลับไปได้ทันที พวกเขายืนกรานอยากจะตอบแทนข้า ข้าก็รู้สึกขัดเขิน แต่พอคิดว่า ถ้าไม่รับไว้จะมิเป็นการไม่ไว้หน้าสำนักใหญ่และตบหน้าผู้อื่นหรือ แต่ข้าเคยบอกกับทุกคนแล้ว ศิลาวิญญาณชั้นกลางและหญ้าวิญญาณร้อยปีนั้นให้ได้ อย่างมากให้ตานสัตว์ปิศาจขั้นหกขึ้นไปเป็นน้ำใจเล็กน้อยก็พอ พวกหญ้าวิญญาณพันปีและศิลาวิญญาณชั้นบนถึงตายข้าก็ไม่ยอมรับ พวกท่านวางใจเถอะ”
นางไม่รู้จักหลู่หงกวงเลยสักนิด ทว่าน้ำเสียงและสีหน้าราวกับปกติคุ้นเคยเป็นอย่างดี
พอหลู่หงกวงได้ยินก็เข้าใจทันที ยายนี่รับสิ่งของของผู้อื่นจึงปล่อยคน แถมยังคิดจะใช้ชื่อเสียงของสำนักตงอวี้หวงทำให้คนเหล่านี้พูดอะไรไม่ได้ จะให้นางทำสำเร็จได้อย่างไร เรื่องขโมยสัตว์ภูติก็ยังไม่รู้แน่ชัดเลย
เขาตีสีหน้าเย็นชาบริภาษทันควัน “นี่เจ้ากำลั