อเป็นคนของตำหนักซวีชิงแห่งสำนักตงอวี้หวง”
“สำนักมากมายหาคนเหล่านี้ไม่พบ คิดไม่ถึงว่าตอนนี้จะถูกคนของสำนักตงอวี้หวงช่วยเหลือ ทำความดีครั้งใหญ่จริงๆ”
ชื่อเสียงของสำนักตงอวี้หวงภายนอก เพิ่งปรากฏขึ้นก็เรียกคำชมและความเห็นได้นับไม่ถ้วน คนของสำนักทั้งหมดล้อมวงเอ่ยทักทายกัน
คนที่เป็นตัวแทนสำนักมาในครั้งนี้คือหลู่หงกวงของตำหนักเซียวเทียน วาระเช่นนี้ยังไม่ถึงรอบของเจ้าสำนักและผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ออกหน้า ดังนั้นผู้ที่มาต่างเป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมของแต่ละสำนัก
เขาถูกห้อมล้อมอยู่ในกลุ่มคน ฟังคำชมสำนักตงอวี้หวงของพวกเขาต่างๆ นาๆ จึงอารมณ์ดีอย่างยิ่ง
ส่วนคนของตำหนักซวีชิงไม่ได้อารมณ์ดีอย่างเขา รู้สึกว่าเจอเรื่องอะไรในใจก็กระสับกระส่าย ในขณะที่หลู่หงกวงนำทุกคนเดินเข้าไปในหอเฟยฮวา คนของสำนักตงอวี้หวงก็ตะลึงงันทันที
จินเฟยเหยานั่งอยู่หลังโต๊ะตัวหนึ่ง ด้านหน้าเป็นผู้บำเพ็ญเซียนที่เป็นผู้นำของแต่ละสำนักส่งมอบหญ้าวิญญาณ ตานสัตว์ปิศาจ หรือศิลาวิญญาณจึงสามารถนำผู้บำเพ็ญเซียนสตรีที่ช่วยออกมาคนหนึ่งจากไปได้ มือหนึ่งส่งมอบเงินอีกมือหนึ่งส่งมอบคน และกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี
คงจู๋อู๋เห็นฉากนี้ก็ชะงักฝีเท้าทันที นำศิษย์ตำหนักซวีชิงเข้าไปปะปนอยู่ในกลุ่มคนมุงดู ส่วนไป๋เจี่ยนจู๋ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ยายนี่ทำความดีแต่ตอนนี้กลับวางท่าทางแบบนี้ มิเสียชื่อเสียงอันดีงามไปเปล่าๆ หรือ
จินเฟยเหยาเง