ช้สองมือเท้าคาง เอ่ยพลางหรี่ตา
“เจ้าชอบเขามากมิใช่หรือ? ถึงกับไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาชอบที่สุดคือวงเวท วงเวทของเขาร้ายกาจมาก ถ้าเจ้าไม่เอ่ยถึงเรื่องแต่งงาน แต่ชวนเขาคุยเรื่องวงเวท เขาต้องไม่รำคาญเจ้าแน่ อีกทั้งถ้าจะส่งของขวัญให้เขา ทางที่ดีส่งสิ่งที่เกี่ยวกับวงเวท” จินเฟยเหยาชี้แนะนางอย่างใจดี เช่นนี้ก็ไม่ต้องพัวพันให้ตนเองถ่ายทอดคำพูดถึงเฟิงอวิ๋นจู๋หรือใช้ข้ออ้างว่ามาหานางอีก แอบลับๆ ล่อๆ ผ่านถ้ำเซียนของเฟิงอวิ๋นจู๋วันละสิบกว่าครั้งเพื่อจะได้เห็นเฟิงอวิ๋นจู๋โดยบังเอิญสักแวบ
อวี้จูเอ่ยอย่างรู้แจ้ง “ที่แท้เป็นเช่นนี้ สอบถามข่าวของตำหนักซวีชิงยากมาก ศิษย์พี่เหล่านั้นไม่สนใจคนอื่นเกินไป แต่ละครั้งที่ถามถึงเรื่องของศิษย์พี่เฟิง พวกเขาเพียงแค่ยิ้มแล้วจากไปอย่างสุภาพ โชคดีที่ผู้อาวุโสเป็นคนดีบอกเรื่องนี้กับข้า”
“ข้าเพียงแค่ไม่อยากให้เจ้ามาส่ายไหวอยู่ต่อหน้าข้าบ่อยๆ ตัวเจ้าอวบอ้วนดูน่ากินมาก ไม่แน่ว่าข้าอาจจะควบคุมตนเองไม่อยู่กินเจ้าเข้าสักวัน” จินเฟยเหยาก้มหน้าเอ่ยยิ้มๆ
“ผู้อาวุโสชอบล้อเล่นจริงๆ ต่อให้กระเพาะท่านใหญ่ ยังจะกินคนได้หรือ” อวี้จูแย้มยิ้มอย่างเบิกบาน
จินเฟยเหยายิ้มอย่างขมขื่น ก้มหน้าลงวาดยันต์ถ่ายทอดเสียงต่อไป พูดความจริงก็ไม่มีคนเชื่อ ตอนพูดเหลวไหลแต่งเรื่องมักจะสำเร็จ หรือว่าข้ามีพรสวรรค์ในการพูดความจริงให้กลายเป็นคำโกหก?
ยันต์ถ่ายทอดเสียงสามร้อยกว่าแผ่น ใช้เวลาไปไม่น้อย พวกผู้