แค่ให้ศิลาวิญญาณชั้นกลางนิดหน่อยหรือสัตว์ปิศาจขั้นห้าขั้นหกก็พอ ถ้ามีหญ้าวิญญาณร้อยปีก็ใช้ได้ ข้าไม่รับสิ่งของที่มีมูลค่าเกินกว่านี้ ได้ยินหรือไม่!”
“…” ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีทั้งหมดมองนางราวกับเป็นใบ้ ครุ่นคิดว่าต้องเขียนบนยันต์ถ่ายทอดเสียงเพิ่มอีกหนึ่งบรรทัดว่าให้สำนักนำของตอบแทนมาด้วยหรือไม่ ผู้อื่นพูดถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่ให้สิ่งของก็ดูเหมือนจะไม่ไว้หน้ากันเกินไป
ดูเหมือนปฏิกิริยาของผู้บำเพ็ญเซียนสตรีเหล่านี้จะเป็นไปตามเจตนาของจินเฟยเหยา นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มตาหยี “ทุกคนไม่ต้องขัดเขิน นี่เป็นความยินยอมของข้าเองที่ไม่อยากจะรับสิ่งล้ำค่ามาก ตกลงตามนี้นะ ไม่ต้องรู้สึกไม่สบายใจ”
“เจ้าค่ะ…” ในใจไม่รู้ว่าเป็นรสชาติใด นอกจากตอบรับว่าเจ้าค่ะก็พูดอย่างอื่นไม่ออก ขอเพียงออกไปได้ ต้องการสิ่งใดก็ได้ทั้งนั้น วันเวลาที่อยู่มิสู้ตายแบบนี้มากจนเกินพอแล้ว
จินเฟยเหยาปัดๆ มือแล้วเรียกทงเทียนหรูอี้ออกมาอย่างยินดี เริ่มขุดด้านบนผนังถ้ำ พลั่วขนาดยักษ์ขุดก้อนหินด้านบน ก้อนหินร่วงลงมาก้อนแล้วก้อนเล่าราวกับเต้าหู้ ทั้งหมดร่วงลงหลุมลาวา ไม่รู้ว่าด้านบนเป็นสถานที่ใด ถ้ายังอยู่ในเมืองเซียนเหม่ยก็เป็นไปได้ว่าจะเป็นบ้านหรือถนนใหญ่ ดังนั้นจินเฟยเหยาต้องตื่นตัว เกรงว่าจะขุดเอาคนธรรมดากลุ่มหนึ่งลงมาและร่วงลงในลาวากลายเป็นเนื้อย่าง
“ไม่ถูกสิ สิ่งที่ข้าได้ยินและได้เห็นเมื่อครู่ต้องเป็นเสียงหลอนและภาพมายาแน่ๆ” อวี้จูยังไ