ทำกระเรียนเซียนฝูงหนึ่งหายไปอาจเป็นอุบัติเหตุ แต่เมื่อสัตว์ภูติหายตัวไปอย่างต่อเนื่อง แม้แต่สาเหตุก็ยังหาไม่พบ ต้องมีปัญหาแน่ๆ
ผู้อาวุโสตำหนักทั้งหมดในสำนักตงอวี้หวงมารวมตัวกันในตำหนักเซียวเทียน จู๋ซวีอู๋แห่งตำหนักซวีชิงยังไม่กลับมา ยังเป็นใบหน้าเดิมๆ ของคงจู๋อู๋และคงจู๋โหย่วสองคนที่มาแทนจู๋ซวีอู๋
บรรยากาศในห้องโถงประชุมหนักอึ้ง นอกจากตำหนักซวีชิง ผู้อาวุโสของตำหนักอื่นๆ ล้วนหน้าดำคร่ำเครียด คงจู๋อู๋และคงจู๋โหย่วย่อมไม่กล้าเผยสีหน้ายินดี ได้แต่ขมวดคิ้วทำหน้าอมทุกข์ สีหน้ายังอึมครึมน่าเกลียดเสียยิ่งกว่าผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่
ฉือชางเจินเหรินนั่งอยู่ตรงตำแหน่งเจ้าสำนัก มองป้ายหยกในมือ ยิ่งดูสีหน้าก็ยิ่งปั้นยาก สุดท้ายเขาโยนป้ายหยกลงบนพื้นอย่างแรงและตวาดอย่างมีโทสะ “นี่เป็นการกระทำของผู้ใดกันแน่ คิดไม่ถึงว่าจะขโมยสัตว์ภูติในสายตาของสำนักตงอวี้หวงเรา นี่มันเรื่องอะไรกัน ถูกขโมยกรายถึงศีรษะแล้วยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย หรืออีกฝ่ายมีพลังการบำเพ็ญเพียรขั้นแปลงจิตขึ้นไปจึงสามารถทำให้พวกเจ้าอับจนหนทางได้!”
ทุกคนล้วนมีพลังการบำเพ็ญเพียรขั้นกำเนิดใหม่ ถึงจะมีไม่กี่คนเป็นขั้นกำเนิดใหม่ช่วงปลาย ทว่าก็เป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ คิดไม่ถึงว่าจะให้คนมาขโมยสัตว์ภูติไปภายใต้เปลือกตา สีหน้าย่อมน่าเกลียดเป็นธรรมดา ทั้งยังถูกเจ้าสำนักตะคอกใส่อีก พวกเขายิ่งอับอายขายหน้าและเคียดแค้น
“ศิษย์พี่เจ้า