จินเฟยเหยาโยนนกปีกสวรรค์เข้าไปไว้ในกรง ขณะที่คิดจะไปฝึกบำเพ็ญที่โรงอาหาร ศิษย์พี่โต้วอีก็วิ่งมาแจ้งนาง ว่าโรงอาหารปิดแล้ว
ศิษย์พี่โต้วอีคนนี้เป็นศิษย์ที่คงจู๋อู๋เพิ่งรับหลังมาถึงสำนักตงอวี้หวง ตอนนี้เพิ่งสร้างฐาน ถ้าในตำหนักมีเรื่องวิ่งเต้นล้วนให้เขาเป็นคนไป เนื่องจากจินเฟยเหยาเรียกเขาว่าศิษย์พี่ ดังนั้นทุกครั้งที่เขาพบจินเฟยเหยาจะรู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง อย่างไรผู้อื่นก็เป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมเอาเปรียบแบบนี้ทำให้รู้สึกอกสั่นขวัญแขวนจริงๆ
“โรงอาหารปิดแล้ว?” จินเฟยเหยาขมวดคิ้ว คาดไม่ถึงว่าจะไม่ได้อาละวาดขึ้นมา
“ฮึ นึกว่าทำแบบนี้จะหยุดข้าได้หรือ? ดูแคลนข้าเกินไปแล้ว” จินเฟยเหยายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ โต้วอีแผ่นหลังหนาวเยือกและรู้สึกว่าดวงตาของจินเฟยเหยาเปลี่ยนไป เขาไม่กล้ารั้งอยู่นานหลังเอ่ยลาอย่างรีบร้อนก็หนีไป
จินเฟยเหยายืนอย่างสงบนิ่งครู่หนึ่ง จากนั้นบิดขี้เกียจ หลังจากทำให้ร่างกายสดชื่นก็เรียกต้านิวและพั่งจื่อมา “ไป พวกเราไปล่าสัตว์”
เห็นจินเฟยเหยาพากบสองตัวนั่งพรมบินจากไป ไป๋เจี่ยนจู๋ก็หายตัวออกมาจากประตูห้องฝึกบำเพ็ญ เอ่ยอย่างสงสัยอยู่บ้าง “ล่าสัตว์? รอบสำนักตงอวี้หวงไม่มีสัตว์ปิศาจขนาดใหญ่ สัตว์ปิศาจภายในสำนักก็กำจัดจนเกลี้ยงไปนานแล้ว นางจะไปล่าสัตว์ที่ใด?”
พลันนึกถึงหลายเดือนก่อนได้ จินเฟยเหยานำผลเซียงหยวนมาหลอกล่อกระต่ายของตนเอง ไป๋เจี่ยนจู๋นิ่งอึ้งไปทันที แต่ก็รู้สึกว่าเป็นไป