งคิดจะกลับท่านก็มาพอดี”
“มาหาข้ามีธุระอะไร?” ไป๋เจี่ยนจู๋รู้สึกเหนือความคาดหมาย เห็นท่าทางของนางก่อนหน้านี้ไม่เหมือนมีธุระเลยสักนิด มาขโมยกระต่ายชัดๆ
“เมื่อวานพี่จู๋บอกจะพาข้าไปโรงอาหาร ทว่าก่อนไปนึกได้ว่าวันนี้มีธุระจึงให้ข้ามาหาท่าน ให้ศิษย์พี่พาไปรู้จักเส้นทาง” จินเฟยเหยาแย้มยิ้มสบตากับเขาตรงๆ สุภาพเรียบร้อย ภาพลักษณ์หยาบคายก่อนหน้านี้หายไปจนเกลี้ยง
“จริงหรือ?” ไป๋เจี่ยนจู๋สงสัยอยู่บ้าง แต่ก็รู้สึกว่าเป็นไปได้ ซือจู่กระทำการใดไร้ความอดทน เป็นไปได้ว่าจะโยนเรื่องยุ่งยากนี้ให้ตนเอง
จินเฟยเหยาพยักหน้าตอบรับอย่างมั่นใจ “จริง ไม่เช่นนั้นด้วยความสัมพันธ์ของพวกเราสองคน ข้าคงไปหาคนอื่นไม่มาหาศิษย์พี่ไป๋หรอก ข้ารู้ว่าท่านมีอคติกับข้าและไม่อยากพบข้า ข้ามาประจบประแจงท่านมิใช่หาความโชคร้ายใส่ตัวหรือ”
คำพูดของนางตรงไปตรงมาเกินไป ทำให้ไป๋เจี่ยนจู๋รู้สึกขัดเขิน ได้แต่ฝืนใจตอบรับ
ไป๋เจี่ยนจู๋พาจินเฟยเหยาและกบสองตัวจากไปไม่นาน จู๋ซวีอู๋ก็คาบใบไผ่เล็กๆ มา ค้นหาอยู่รอบหนึ่งกลับพบว่าจินเฟยเหยาและไป๋เจี่ยนจู๋ไม่อยู่ในบ้านทั้งคู่ ยังนึกว่าพวกเขาสองคนออกไปต่อสู้กันชั่วคราว จึงรีบไปค้นหาสถานที่ซึ่งสามารถต่อสู้กันได้ไปทั่วทุกแห่ง ต่อมาพบกับศิษย์คนหนึ่ง จึงได้ยินว่ามีคนหลายร้อยคนกำลังล้อมวงดูจินเฟยเหยาในโรงอาหาร
“สองคนนี้คืนดีกันเร็วจริงๆ ครู่เดียวเริ่มเป็นมิตรกันแล้ว” จู๋ซวีอู๋รู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง คิด