าทอเจ้าสองตัวนี้อย่างเดือดดาล
พั่งจื่อและต้านิวมองนางด้วยสีหน้าผู้บริสุทธิ์ คิดจะช่วยเหลือกลับถูกด่าทอ
“พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่?” ไม่รู้ว่าไป๋เจี่ยนจู๋ยืนอยู่นอกห้องฝึกบำเพ็ญตั้งแต่เมื่อใด ไพล่สองมือไว้ข้างหลังและมองดูนาง
คิดไม่ถึงว่าไป๋เจี่ยนจู๋กำลังแอบมอง จินเฟยเหยาสงบจิตใจเก็บผลเซียงหยวนบนพื้นราวกับไม่มีอะไร แล้วยัดใส่ปากเคี้ยวพลางเอ่ย “ข้ากำลังกินผลไม้ ไม่ทันระวังทำร่วงพื้นกำลังคิดจะหยิบ”
ยังเหมือนเดิมจริงๆ พออ้าปากก็พูดโกหก คิดจะฉวยโอกาสที่ข้าไม่ทันสังเกต ขโมยกระต่ายของข้าไป ไป๋เจี่ยนจู๋มองนางด้วยสีหน้าสงบนิ่ง แต่ในใจกลับเดือดดาล
เมื่อค่ำวานนี้เขาเตรียมตัวปิดด่านกักตนสิบปี ไม่คิดจะสนใจว่าข้างบ้านมีใครมาอยู่ ทว่ากลับรู้สึกจิตใจไม่สงบ ตลอดคืนไม่ได้ฝึกบำเพ็ญ ทว่าผุดลุกผุดนั่งอยู่ในห้องฝึกบำเพ็ญ ใช้การรับรู้สังเกตความเคลื่อนไหวรอบด้านตลอดเวลา เป็นอย่างที่คาดไว้จริงๆ ฟ้าเพิ่งสว่างสลัวรางก็พบว่าจินเฟยเหยาปรากฏตัวขึ้นด้านนอก
ลดความระแวดระวังลงไม่ได้เลยจริงๆ อาไตเกือบจะถูกจับไปกินแล้ว
ไป๋เจี่ยนจู๋ไม่เปิดโปงนาง เพียงไพล่มือเอ่ยถามดังเดิม “เจ้ากินอาหารได้ประหลาดยิ่ง ชอบกินหน้าประตูบ้านคนอื่น”
“เจ้าหมอนี่ยังแค้นอยู่” จินเฟยเหยาตำหนิในใจ
ทันใดนั้นนางพลันหัวไวเอ่ยด้วยรอยยิ้มตาหยี “ข้ามาหาศิษย์พี่ไป๋จริงๆ นั่นแหละ เกรงว่าท่านกำลังฝึกบำเพ็ญดังนั้นไม่กล้ารบกวนท่าน จึงรออยู่ตรงประตูครู่หนึ่งกำลั